logo

ณัฏฐ์ โดย Nutt Krait

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

พระของขวัญ รุ่น 1-3 ทั้ง 10 พิมพ์



พระเนื้อผง


พระของขวัญวัดปากน้ำ เป็นพระผงองค์เล็กๆ ที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้น มีทั้งหมด 3 รุ่น ด้วยกัน คือ รุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 พระของขวัญแต่ละรุ่นที่ท่านสร้างขึ้นนี้ท่านมิได้ปลุกเสกด้วยคาถาใดๆ เหมือนคณาจารย์อื่นๆ แต่ท่านกระทำให้สำเร็จขึ้นมาด้วยวิธีทำสมาธิภาวนา ตามหลักวิชาธรรมกายของท่าน พระของขวัญที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้นนี้ จึงคงความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณานุภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ชนโดยทั่วไป การที่หลวงพ่อท่านได้สร้างพระของขวัญขึ้นนี้ ก็เพื่อจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้ที่มาทำบุญเพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างโรงเรียนพระประยัติธรรม

ประวัติพระของขวัญ





พระของขวัญ รุ่น 1
พระของขวัญ รุ่น 1 นี้ สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2493 จำนวน 84,000 องค์ ซึ่งเท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์ โดยที่หลวงพ่อได้ปรารถว่าต้องการที่จะรวบรวมจตุปัจจัยที่ได้ในการนี้ นำมาเพื่อสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม โดยได้ริเริ่มพิมพ์ขึ้นเมื่อประมาณกลางเดือน 7 ก่อนเข้าพรรษาหนึ่งเดือน เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วก็ได้เริ่มทำพิธีบรรจุพุทธานุภาพตามหลักวิชาธรรมกายด้วยตัวของท่านเองตลอดพรรษา คือในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 รวมสามเดือน และได้เริ่มแจกในวันแรม 6ค่ำ เดิอน 11 ปีเดียวกัน ในอภิรักขิตสมัยคล้ายวันเกิดของท่าน ณ อุโบสถ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หลวงพ่อได้ทำการแจกเรื่อยมา จนกระทั่งหมดลง เมื่อปี พ.ศ. 2497
แม่พิมพ์ รุ่น 1
พระของขวัญ รุ่น 1 นี้ มีแม่พิมพ์ทั้งหมด 10 แม่พิมพ์ เป็นแม่พิมพ์ที่ทำขึ้นจากทองเหลือง แม่พิมพ์ทองเหลืองนี้ หลวงภูมินาถสนิท (สืบ ดังคะรัตน์)ให้ช่างแกะนำมาถวายหลวงพ่อ เป็นแม่พิมพ์สี่เหลี่ยม ลักษณะขององค์พระทั้ง 10 พิมพ์ จะเหมือนๆ หรือคล้ายๆ กัน แต่จะแตกต่างกันในด้านรายละเอียดของใบหน้า การทอดแขน การวางมือ และส่วนต่างๆ ขององค์พระ












ด้านหน้า พระรุ่น 1


ด้านหลัง พระรุ่น 1
ขนาดขององค์พระทั้ง 10 พิมพ์ จะมีความกว้างประมาณ 1.4 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. และความหนาประมาณ 4-5 มม. พุทธลักษณะทั่วไปเป็นพระนั่งสมาธิราบ ปางปฐมเทศนา องค์พระนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลม พระหัตถ์เบื้องขวายกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) มีลักษณะจีบนิ้วคือ พระดัชนี (นิ้วชี้) กับพระอังคุฐ (นิ้วหัวแม่มือ) จดกันเป็นวงกลม พระหัตถ์เลื้องซ้ายวางเหนือพระเพลา (ตัก) ข้างซุ้มทั้งสองด้านมีเส้นม่านเป็นขึดๆ เรียงตามแนวราบ เป็นลำดับลงมา ฐานเป็นบัวคว่ำ-บัวหลายสองชั้น ด้านหลังองค์พระพิมพ์เป็นอักขระขอม อ่านว่า ธรรมขันธ์
ส่วนผสมพระรุ่น 1
พระของขวัญรุ่นที่ 1 นี้ มีส่วนผสมหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นดอกมะลิแห้งซึ่งบดละเอียดดีแล้ว เส้นเกศาของหลวงพ่อ และผงวิเศษที่หลวงพ่อทำขึ้นอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีกตามส่วน โดยได้นำเอาส่วนผสมต่างๆ มาโขลกตำจนละเอียดเข้ากันดีแล้วจึงได้นำมาพิมพ์ แม้ในรุ่น 2 และรุ่น 3 ก็ใช้กรรมวิธีเดียวกัน
เนื้อพระรุ่น 1
พระของขวัญวัดปากน้ำรุ่น 1 นี้ มีทั้งชนิดที่เคลือบทาเชลแล็ก และทั้งชนิดที่ไม่ได้เคลือบทา ส่วนมากจะไม่ได้เคลือบทาไว้ และพระที่เคลือบทาเชลแล็กในรุ่นนี้ ถึงจะมีบ้างก็ส่วนน้อยเท่านั้น สีเนื้อพระโดยทั่วไปจะเป็นสีขาวบ้าง สีนวลบ้าง สีขาวอมเหลืองบ้าง และที่เป็นสีคล้ายสีน้ำตาลเข้มหรืออ่อนๆ ก็มีเหมือนกัน
เนื้อพระส่วนใหญ่ จะฟูยุ่ย ไม่ค่อยแน่นคงทน แต่พระรุ่น 1 ชนิดที่เนื้อแข็งแน่นก็มีด้วยเช่นกัน


คำอธิบายเพิ่มเติม :

พระของขวัญ รุ่น 1 สร้าง ปี พ.ศ. 2493 จำนวน 84,000 องค์ - รุ่น 2 สร้าง ปี พ.ศ. 2494 จำนวน 84,000 องค์ - ทั้งหมดมีด้วยกัน 10 พิมพ์ - ขนาดองค์พระ กว้าง 1.4 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. หนาประมาณ 4-6 มม. - พุทธลักษณะทั่วไปเป็นพระนั่งสมาธิราบ ปางปฐมเทศนา องค์พระนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลม ด้านหลังองค์พระเป็นอักขระขอม อ่านว่า ธรรมขันธ์ - ส่วนผสมมีหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นดอกมะลิแห้งที่บดละเอียดแล้ว เส้นเกศาของหลวงพ่อ และผงวิเศษที่หลวงพ่อทำขึ้นอีกส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีส่วนผสมอื่นๆ อีกตามส่วน โดยได้นำเอาส่วนผสมต่างๆ มาโขลกตำจนละเอียดเข้ากันดีแล้วจึงได้นำมาพิมพ์ แม้ในรุ่น 2 และรุ่น 3 ก็มีกรรมวิธีเดียวกัน - สร้างขึ้นเพื่อมอบให้แก่ผู้บริจาคทรัพย์สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม - เล้ง วัดปากน้ำ เอื้อเฟื้อภาพ *******************************************- พระของขวัญรุ่น 1 พิมพ์ที่ 1 มีจุดสังเกตดังนี้ - เส้นม่านมีข้างละ 13 เส้น - หูข้างขวาขององค์พระจะยาวกว่าข้างซ้าย - ปากเม้ม นูนหนา กว่าพิมพ์อื่นๆ - มีเส้นคอสองเส้น - สังฆาฏิเป็นแผ่นแบน - มีเส้นพิมพ์แตกตรงปลายนิ้วหัวแม่มือซ้าย - เท้าซ้ายองค์พระจะสั้น กลืนหายไปไม่เห็นฝ่าเท้า



พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 2












ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 2


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- เส้นม่านมีข้างละ 12 เส้น - เค้าหน้าใหญ่ คางมน - มีเส้นคอสองเส้น - สังฆาฎิเป็นเส้นคู่สองเส้น - นิ้วหัวแม่มือขวาเป็นเหลี่ยมหักมุม - ลำแขนซ้ายช่วงปลายจะอูมใหญ่ - ฐานเป็นบัวสองชั้น




พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 3












ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 3


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- เส้นม่าน ซ้ายมือเรา มี 14 เส้น ขวามือ มี 13 เส้น - เส้นไรผมไม่หนาจะเล็กกว่าพิมพ์อื่นๆ - เส้นคอมีสองเส้น - สังฆาฎิเป็นเส้นคู่สองเส้น - มีเส้นพิมพ์แตกตงปลายนิ้วหัวแม่มือซ้าย - ฐานเป็นบัวสองชั้น




พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 4














ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 4


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านมีข้างละ 13 เส้น - หูทั้งสองข้างกลมยาวใหญ่กว่าพิมพ์อื่น - มีเส้นคอสองเส้นติดพิมพ์ชัดเจน - สังฆาฎิเป็นแผ่นเล็กกว่าพิมพ์อื่น - มือขวาที่ยกขึ้นเป็นง่ามโค้ง - มีเส้นขอบสบงที่เท้าข้างละหนึ่งเส้น - ฐานเป็นบัวสองชั้น


พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 5









พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 5






คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านมีข้างละ 11 เส้น - ซุ้มจะแบนใหญ่กว่าพิมพ์อื่นๆ - หูซ้ายองค์พระจะยาวชนสังฆาฎิ - สังฆาฎิเป็นเส้นคู่ - ฝ่ามือซ้ายองค์พระจะยาว - มีเส้นขอบสบงข้างละ 1 เส้น - ฐานเป็นบัวสองชั้น กลีบบัวจะห่างกัน




พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 6











ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 6


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านมีข้างละ 11 เส้น - เส้นไรผมโค้งงอน - ปากเผยอยิ้ม - สังฆาฏิเป็นแผ่น - นิ้วมือขวาจะชี้ตั้ง - มีเส้นของสบงข้างละ 1 เส้น - ฐานเป็นบัวสองชั้น




พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 7












ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 7


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านมีข้างละ 13 เส้น - ใบหน้าลักษณะเป็นรูปไข่ คางมน - มีเส้นคอ 1 เส้น - สังฆาฏิเป็นแผ่นแบน - มีเส้นพิมพ์แตก ปลายนิ้วหัวแม่มือซ้าย - เส้นขอบสบงจะหนาเด่น และอยู่ห่างกันชิดมาทางเข่า - ฐานเป็นบัวสองชั้น


พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 8









ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 8






คำอธิบายเพิ่มเติม :

- มีเส้นข้างละ 13 เส้น - เค้าหน้ากลมเล็กกว่าพิมพ์อื่นๆ - หูทั้งสองข้างงอนสบัดออก - สังฆาฎิเป็นเส้นคู่สองเส้น - นิ้วมือขวาจะกางออกยาวกว่าพิมพ์อื่นๆ - หัวเข่าขวาองค์พระเป็นลักษณะกลมนูนใหญ่ - ฐานเป็นบัวสอบชั้น


พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 9







ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 9


ราคาที่ให้บูชา :


คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านมีข้างละ 14 เส้น - เค้าหน้าลักษณะใหญ่ คางมน - หูทั้งสองข้างยาวหนา ปลายสบัดเล็กน้อย - สังฆาฎิเป็นเส้นคู่สองเส้น - นิ้วหัวแม่มือขวาหักมุมเป็นเหลี่ยม - มีเส้นพิมพ์แตกที่ปลายนิ้วหัวแม่มือซ้าย ขวา - ฐานเป็นบัวสองชั้น





พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 10









ชื่อพระ :

พระของขวัญ รุ่น 1 พิมพ์ที่ 10



คำอธิบายเพิ่มเติม :

- ม่านซ้ายมือเรามี 13 เส้น ขวามือมี 12 เส้น - หูทั้งสองข้างเป็นแท่งย้อยลงมา - เส้นคอมีสองเส้นใหญ่หนา - สังฆาฎิเป็นแผ่นหนา - มีเส้นขอบสบงที่เท้าข้างละ 1 เส้น - ฐานเป็นบัวสองชั้น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





พระเนื้อผงรุ่น 2






ประวัติพระของขวัญ


พระของขวัญวัดปากน้ำ เป็นพระผงองค์เล็กๆ ที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้น มีทั้งหมด 3 รุ่น ด้วยกัน คือ รุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 พระของขวัญแต่ละรุ่นที่ท่านสร้างขึ้นนี้ท่านมิได้ปลุกเสกด้วยคาถาใดๆ เหมือนคณาจารย์อื่นๆ แต่ท่านกระทำให้สำเร็จขึ้นมาด้วยวิธีทำสมาธิภาวนา ตามหลักวิชาธรรมกายของท่าน พระของขวัญที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้นนี้ จึงคงความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณานุภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ชนโดยทั่วไป การที่หลวงพ่อท่านได้สร้างพระของขวัญขึ้นนี้ ก็เพื่อจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้ที่มาทำบุญเพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างโรงเรียนพระประยัติธรรม



พระของขวัญ รุ่น 2


พระของขวัญรุ่น 2 นี้ สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2494 หลังจากที่สร้างพระของขวัญรุ่น 1 ได้เพียงปีเดียว คือ รุ่น 1 สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2493 รุ่น 2 สร้างขึ้นต่อมาในปี พ.ศ. 2494 จำนวนที่สร้าง 84,000 องค์ สร้างไว้แล้วหลวงพ่อก็ได้ทำพิธีปลุกเสกเรื่อยมาตามหลักวิชาธรรมกายและมาเริ่มแจกในปี พ.ศ. 2497 และได้หมดลงในปี พ.ศ. 2505 คือภายหลังจากที่หลวงพ่อได้มรณภาพแล้ว จึงได้หมดลง



ใช้แม่พิมพ์รุ่น 1 ทั้ง 10 พิมพ์ ส่วนผสมก็มีดอกไม้ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกดอกมะลิ เส้นเกศาของหลวงพ่อ ผงวิเศษของหลวงพ่อที่ทำขึ้นอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งกรรมวิธีและส่วนผสมอย่างเดียวกันกับรุ่น 1 นั้นเอง เนื้อของพระรุ่น 2 นี้ก็ไม่แตกต่างจากรุ่น 1 มีความใกล้เคียงกัน คือเนื้อจะไม่แน่น ฟูยุ่ยพอๆ กัน ดังนั้นในรุ่น 2 นี้ ทางวัดได้เคลือบทาเชลแล็กไว้ทั้งหมด เพื่อรักษาเนื้อพระไว้ให้คงทน ส่วนพิมพ์ต่างๆ ของพระรุ่น 2 ทั้ง 10 พิมพ์นั้นจะไม่นำลงมากล่าวไว้ในที่นี้อีก เพราะใช้แม่พิมพ์เดียวกับพระรุ่น 1 ซึ่งเหมือนกับพระรุ่น 1 ทุกประการ



พระรุ่นตกค้าง





พระรุ่นตกค้าง ก็คือพระรุ่น 1 และรุ่น 2 ที่เรียกว่าตกค้างก็เพราะว่าเหลือ หรือตกค้างอยู่มิได้นำออกมาแจก หลังจากที่หลวงพ่อได้มรณภาพแล้วจึงได้นำออกมาแจกในภายหลัง เรื่องก็มีอยู่ว่าพระรุ่นตกค้างนี้เป็นพระที่มีพิมพ์ไม่สมบูรณ์ ไม่สวยงาม พิมพ์จะตื้น หรืออาจบิดเบี้ยวบ้าง ในการแจกพระของขวัญนั้น หลวงพ่อมิได้แจกพระที่ชำรุดเหล่านี้ออกไป ท่านสั่งให้คัดพระเหล่านี้ออกเสียแล้วเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งต่างหาก มิได้นำไปแจกแก่ประชาชนเพราะเป็นพระที่ไม่สวยงาม ภายหลังจากที่หลวงพ่อได้มรณภาพแล้ว จึงได้นำพระจำนวนดังกล่าวออกมาจ่ายแจก คนทั่วไปจึงนิยมเรียกกันต่อมาว่า “รุ่นตกค้าง” และพระรุ่นตกค้างหล่านี้ก็ได้ผ่านการปลุกเสกตามหลักวิชาธรรมกายมาแล้วโดยสมบูรณ์ทุกประการ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พระเนื้อผงรุ่น 3








ประวัติพระของขวัญ


พระของขวัญวัดปากน้ำ เป็นพระผงองค์เล็กๆ ที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้น มีทั้งหมด 3 รุ่น ด้วยกัน คือ รุ่น 1 รุ่น 2 และรุ่น 3 พระของขวัญแต่ละรุ่นที่ท่านสร้างขึ้นนี้ท่านมิได้ปลุกเสกด้วยคาถาใดๆ เหมือนคณาจารย์อื่นๆ แต่ท่านกระทำให้สำเร็จขึ้นมาด้วยวิธีทำสมาธิภาวนา ตามหลักวิชาธรรมกายของท่าน พระของขวัญที่หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้นนี้ จึงคงความศักดิ์สิทธิ์ มีคุณานุภาพเป็นที่ประจักษ์แก่ชนโดยทั่วไป การที่หลวงพ่อท่านได้สร้างพระของขวัญขึ้นนี้ ก็เพื่อจะมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้ที่มาทำบุญเพื่อสมทบทุนในการก่อสร้างโรงเรียนพระประยัติธรรม



พระของขวัญ รุ่น 3


พระของขวัญรุ่น 3 นี้ หลวงพ่อพระมงคลเทพมุนีได้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2499 มีจำนวน 84,000 องค์ (แปดหมื่นสี่พัน) โดยได้ทำพิธีบรรจุพุทธานุภาพตามหลักวิชาธรรมกาย ด้วยตัวของท่านเองจนกระทั่งตลอดอายุ ภายหลังที่หลวงพ่อได้มรณภาพได้แล้วถึง 3 ปี ทางวัดจึงได้นำพระรุ่น 3 นี้มาออกจำหน่ายจ่ายแจกให้ประชาชนได้เช่าบูชา คือได้เริ่มนำออกแจกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2505 เป็นต้นมาจนกระทั่งหมดลงในปี พ.ศ. 2514 เพราะเหตุที่พระของขวัญรุ่น 3 นี้ได้นำออกมาแจกในภายหลังจากที่หลวงพ่อได้มรณภาพแล้วนั่นเอง จึงทำให้มีผู้เข้าใจผิดคิดว่าพระรุ่น 3 นี้หลวงพ่อไม่ได้เป็นผู้สร้างขึ้นมาแต่ความจริงนั้นพระของขวัญรุ่น 3 นี้ หลวงพ่อได้สร้างไว้ตั้งแต่สมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ตั้งแต่ปี พงศ. 2499 และได้บรรจุพุทธานุภาพตามหลักวิชาธรรมกาย ด้วยตัวของท่านเองตลอดมา



แม่พิมพ์


พระของขวัญรุ่น 3 นี้ในการพิมพ์ระยะแรกนั้นได้ใช้แม่พิมพ์รุ่น 1 ทั้ง 10 พิมพ์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลังแต่ครั้นพอพิมพ์ไปได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้นก็ต้องเปลี่ยนแก้ไขแม่พิมพ์ใหม่ เนื่องจากว่าแม่พิมพ์รุ่น 1 ทั้ง 10 พิมพ์นั้นได้ใช้พิมพ์มามากแล้วถึง 2 รุ่น ด้วยกัน จึงทำให้แม่พิมพ์ดังกล่าวเหล่านี้ตื้นรางเลือนไม่คมชัด ดังนั้นทางวัดโดยมีพระภาวนาโกศลเถร (ธีระ คล้อสุวรรณ) ซึ่งได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อให้เป็นผู้ดำเนินการพิมพ์ในครั้งนั้น ได้นำแม่พิมพ์ดังกล่าวเหล่านี้ไปให้ช่างได้ตบแต่งแก้ไขเซาะพิมพ์ใหม่ เพื่อให้แม่พิมพ์มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น ดังนั้น แม่พิมพ์ที่เซาะแต่งใหม่กับแม่พิมพ์เก่าจึงมีลักษณะที่แตกต่างกัน แม่พิมพ์เก่าที่ใช้พิมพ์ในคราวแรกนั้นมักนิยมเรียกกันว่า “พิมพ์ตื้น” ส่วนแม่พิมพ์ที่เซาะแต่งขึ้นมาใหม่ มักนิยมเรียกกันว่า “พิมพ์ลึกหรือพิมพ์นูน” เพราะว่าองค์พระจะนูนเด่นชัดเจน เมื่อกล่าวโดยสรุปแล่วพระของขวัญรุ่น 3 นี้ จึงแยกแม่พิมพ์ออกได้เป็นสองชุดใหญ่ๆ ด้วยด้วยกันคือ


1. แม่พิมพ์ชุดแรก พิมพ์ตื้น (แม่พิมพ์เก่า)


2. แม่พิมพ์ชุดหลัง พิมพ์นูน (แม่พิมพ์แต่งขึ้นใหม่)










แม่พิมพ์ชุดแรก พิมพ์ตื้น


แม่พิมพ์ชุดหลัง พิมพ์นูน






แม่พิมพ์ชุดแรก หรือพิมพ์แรกนี้ใช้แม่พิมพ์รุ่น 1 ทั้ง 10 พิมพ์ ในด้านพิมพ์นั้น จะเหมือนกับพระรุ่น 1 ทุกประการ แต่จะสามารถสังเกตุความแตกต่างกันได้ก็ตรงที่ดูเนื้อและขนาดขององค์พระ ขนาดของพระรุ่น 3 จะเล็กกว่าและตื้นกว่ารุ่น 1



แม่พิมพ์ชุดหลัง หรือพิมพ์หลัง เป็นแม่พิมพ์ที่ได้เซาะแต่งขึ้นใหม่จากตัวแม่พิมพ์เดิม ดังนั้นพิมพ์ทั้งสองชุดนี้รูปร่างลักษณะจึงออกมาต่างกัน พิมพ์ที่เซาะแต่งใหม่นี้องค์พระจะอวบอ้วนสมบูรณ์ นูนเด่นชัดมากซึ่งก็มี 10 พิมพ์เช่นกัน



พุทธลักษณะทั่วไปของพระรุ่น 3 พิมพ์หลังนี้ เป็นพระนั่งสมาธิราบ องค์พระประทับนั่งอยู่ในซุ้มเรือนแก้วยอดแหลม พระหัตถ์ซ้ายขกขึ้นเสมอพระอุระ (อก) ข้างซุ้มทั้งสองด้านมีเส้นม่านเป็นขีดๆ เรียงกันเป็นลำดับลงมา ฐานองค์พระเป็นบัวสองชั้นลักษณะของกลีบบัวจะเป็นเส้นขีดๆ เรียงกัน ด้านหลังองค์พระพิมพ์เป็นอักขระขอมอ่านว่า “ธรรมขันธ์” อักขระด้านหลังนี้ลักษณะของตัวอักขระจะแตกต่างจากรุ่น 1 ขนาดของพระทั้ง 10 พิมพ์นี้จะกว้างประมาณ 1.3 ซม. ยาวประมาณ 1.9 ซม. ความหนาประมาณ 6 มม.



ส่วนผสมและเนื้อ


ส่วนผสมต่างๆ ของพระรุ่น 3 นี้ ก็เป็นอย่างเดียวกันกับรุ่น 1 และรุ่น 2 คือมีดอกมะลิแห้ง กล้วยน้ำว้า เส้นเกศาของหลวงพ่อ น้ำมันตั้งอิ๊ว และอื่นๆ แต่จะสังเกตเห็นได้ว่าเนื้อพระรุ่น 3 นี้ จะแตกต่างจากรุ่น 1 และรุ่น 2 คือ เนื้อพระจะมีความแน่นเหนียวกว่า เพราะได้เพิ่มส่วนผสมต่างๆ ที่เป็นตัวประสานเนื้อไว้มากกว่าเดิม อย่างเช่น น้ำมันตั้งอิ๊ว และกล้วยน้ำว้า เป็นต้น สีของเนื้อพระส่วนใหญ่จะเป็นดังนี้ คือ


1. สีเหลือง 3. สี่น้ำตาลอ่อน


2. สีขาวนาล 4. สีคล้ำๆ


พระของขวัญรุ่น 3 ที่เป็นพิมพ์แรกนั้น องค์พระจะมีขนาดเล็กว่ารุ่น 1 และรุ่น 2 เล็กน้อย และความหนาบางขององค์พระไม่ว่ารุ่นไหนอาจจะไม่เท่ากันแน่นอนตายตัวทีเดียวนัก ทั้งนี้เป็นเพราะขึ้นอยู่กับกรรมวิธีในการพิมพ์และการหดตัวของเนื้อพระนั่นเอง


พระรุ่น 3 พิมพ์แรก (พิมพ์ตื้น) ทั้ง 10 พิมพ์นั้นจุดสังเกตต่างๆ ของพิมพ์นั้นจะเหมือนกับพระรุ่น 1 ทุกประการ

วันจันทร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2555

เปิดกรุพระ เก่ง การุณ โหสกุล 70 องค์ ราคา 90.5ล้านบาท (ที่ท่านต้องร้อง My GOD !!!!)


เปิดกรุพระ“การุณ โหสกุล”หลวงพ่อดังเพียบ ปั้นราคาองค์เดียว 8                                                                         ล้าน

ค้นความจริงปมเงินงอก! เปิดกรุพระเครื่อง“เซียนเก่ง”การุณ โหสกุล 70 องค์ 90.5 ล้าน ฮือฮาหลวงพ่อดังเพียบ สมเด็จวัดระฆัง  บางขุนพรม นางพญา พระรอด พระปิดตาหลวงพ่อแก้วแจ้งสูงสุดองค์เดียว 8 ล้าน
กรณีนายการุณ โหสกุล ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทยยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)  ตอนพ้นจากตำแหน่ง สส. ครบ 1 ปี (ส.ส.ที่ได้รับเลือกตั้ง ปี 2551) เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2555   มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน เพิ่มขึ้นจากตอนพ้นตำแหน่ง ส.ส. วันที่ 10 พ.ค.2554  จำนวน  108,355943.54 บาท  เฉพาะนายการุณเพิ่มขึ้น 109,065,082.26 บาท  นางพิมพ์ชนา โหสกุล ภรรยามีเพิ่มขึ้น 3,305,438.72 บาท  (ไม่รวมหนี้สิน)  ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นมาคือพระเครื่อง 70 องค์ มูลค่า 90.5 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2555 ได้เดินทางไปตรวจสอบบัญชีฯของนายการุณที่สำนักงาน ป.ป.ช. พบว่า นายการุณได้แสดงรายการพระเครื่องจำนวน 70 องค์  ที่น่าสนใจ อาทิ   พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ มีมูลค่าถึง  8,000,000  บาท  , พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่ มูลค่า 7,000,000  บาท  , พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง มูลค่า 6,000,000  บาท และพระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม มูลค่า 5,000,000  บาท (ดูตาราง)
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายการุณชี้แจงว่า การยื่นบัญชีทรัพย์สินที่ผ่านมาต่อ ป.ป.ช. ไม่ได้แจ้งมูลค่าพระเครื่อง เพราะมีราคาประเมินค่าไม่ได้ แต่ในการยื่นบัญชีทรัพย์ครั้งล่าสุด (ช่วงพ้นตำแหน่งครบ 1 ปี) ได้จัดระเบียบเรียบเรียงทรัพย์สินใหม่ จึงได้ใส่มูลค่าของพระเครื่องลงไปในบัญชีทรัพย์สิน และยืนยันว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมาก่อนหน้านี้แล้ว

ตารางแสดงราคา “พระเครื่อง” ของ การุณ โหสกุล ที่แจ้ง ป.ป.ช.
ลำดับที่
ชื่อ
ราคา
1.
พระปิดตา หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์
8,000,000  บาท
2.
พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้าแก่
7,000,000  บาท
3.
พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง
6,000,000  บาท
4.
พระรอด พิมพ์ใหญ่ วัดมหาวัน
6,000,000  บาท
5.
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม
5,000,000  บาท
6.
พระกรุซุ้มกอ พิมพ์ใหญ่ ไม่มีกนก
4,500,000  บาท
7.
พระรอดกรุวัดมหาวัน พิมพ์ใหญ่
4,000,000  บาท
8.
เหรียญหลวงปู่ทิม เนื้อทองคำ วัดระหารไร่ ปี 2517
4,000,000  บาท
9.
เหรียญหลวงปู่ทวด เนื้อทองคำ รุ่น 3 วัดช้างให้ ปี 2506
3,000,000  บาท
10.
พระสมเด็จบางขุนพรม พิมพ์ฐานแซม
3,000,000  บาท
11.
พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา วัดบางคลาน
3,000,000  บาท
12.
พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พิมพ์ขี้ตา วัดบางคลาน
3,000,000  บาท
13.
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์เกศบัวตุม
3,000,000  บาท
14.
พระสมเด็จบางขุนพรม พิมพ์อกครุฑ
2,500,000  บาท
15.
เหรียญหลวงพ่อโสธร เนื้อเงิน ปี 2460
2,000,000  บาท
16.
เหรียญหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ปี 2469
2,000,000  บาท
17.
เหรียญหลวงพ่อโสธร เนื้อทองแดง ปี 2460
2,000,000  บาท
18.
เหรียญหลวงพ่อคง วัดบางกระพร้อม ปี 2488
1,800,000  บาท
19.
ตะกรุด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
1,500,000  บาท
20.
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง
1,500,000  บาท
21.
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม พิมพ์เล็ก วัดสะพานสูง
1,500,000  บาท
22.
พระผงยาจินดามณีหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
1,500,000  บาท
23.
พระหลวงปู่บุญ รุ่นเจ้าสัวเนื้อทองแดง วัดกลางบางแก้ว
1,500,000  บาท
24.
รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515
900,000  บาท
25.
พระรูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ ปี 2482
800,000  บาท
26.
เขี้ยวเสือแกะหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน
700,000  บาท
27.
เหรียญช้างสามเศียร ร.5 เนื้อเงิน
500,000  บาท
28.
พระบูชา สมัยลพบุรี หน้าตัก 7 นิ้ว
500,000  บาท
29.
พระหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า พิมพ์ปะภามนฑล ปี 2460
500,000  บาท
30.
พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่าน พิมพ์พระรอด วัดช้างให้ ปี 2497
500,000  บาท
31.
พระกริ่งหลวงพ่อทิม เนื้อทองคำ วัดระหารไร่ ปี 2518
500,000  บาท
32.
หลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง ปี 2460
500,000  บาท
33.
เหรียญกรมหลวงชุมพร เนื้อเงิน
500,000  บาท
34.
พระรูปหล่อหลวงพ่อเดิม วัดหนองหลวง ปี 2470
500,000  บาท
35.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่นิยม วัดช้างให้ ปี 2505
400,000  บาท
36.
พระกริ่งหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ปี 2454
400,000  บาท
37.
เหรียญหลวงปู่ช่วง วัดวังแพรกใต้ ปี 2488
300,000  บาท
38.
พระรูปหล่อหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ปี 2485
300,000  บาท
39.
พระรูปหล่อหลวงพ่อพรม วัดช่องแค รุ่นกันระฆัง ปี 2516
300,000  บาท
40.
พระสมเด็จบางขุนพรม พิมพ์ปรกโพธิ ปี 2509
300,000  บาท
41.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ วัดช้างให้ ปี 2509
300,000  บาท
42.
พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงปลา วัดบางนมโค
300,000  บาท
43.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองเหลือง วัดช้างให้ ปี 2505
250,000  บาท
44.
พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค พิมพ์ทรงครุฑใหญ่
250,000  บาท
45.
พระปิดตาหลวงปู่เอี่ยม พิมพ์ใหญ่นิยม วัดสะพานสูง
250,000  บาท
46.
เหรียญไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศ ปี 2495
250,000  บาท
47.
พระกริ่ง คลองตะเคียน
250,000  บาท
48.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ วัดช้างให้ ปี 2505
250,000  บาท
49.
แพะเขาความแกะ หลวงพ่ออ่ำ วัดหนองกระบอก
250,000  บาท
50.
พระปิดตา เนื้อเกษร หลวงปู่โต๊ะ วัดปรดู่ฉิมพลี
200,000  บาท
51.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์เล็ก วัดช้างให้ ปี 2505
200,000  บาท
52.
เหรียญหลวงปู่ไข่ เนื้อทองคำ วัดบพิตพิมุข ปี 2514
200,000  บาท
53.
พระกริ่งไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศ ปี 2495
200,000  บาท
54.
หลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ หลังหนังสือ วัดช้างให้ ปี 2505
200,000  บาท
55.
เหรียญหลวงพ่อสำริต วัดเขาสมอคร
180,000  บาท
56.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์เล็ก วัดช้างให้ ปี 2505
180,000  บาท
57.
เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง ปี 2502
150,000  บาท
58.
พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่ วัดบางนมโค
150,000  บาท
59.
เหรียญหลวงพ่อเงิน พิมพ์จอบใหญ่ วัดบางคลาน ปี 2515
150,000  บาท
60.
พระกริ่งเนื้อทองคำ หลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่
150,000  บาท
61.
เหรียญหลวงปู่ทิม วัดระหารไร่ รุ่นเจริญพร ปี 2517
120,000  บาท
62.
พระหลวงปู่ทวด หลังตัวหนังสือ พิมพ์เล็ก วัดช้างให้
100,000  บาท
63.
พระหลวงพ่อโสธร รุ่นวงแหวน ปี 2497
100,000  บาท
64.
พระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน รุ่น ช วัดบางคลาน
80,000  บาท
65.
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ ป๊มซ้ำ วัดช้างให้ ปี 2505
80,000  บาท
66.
พระหลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงไก่ วัดบางนมโค
70,000  บาท
67.
พระหลวงปู่ทวด เนื้อขาว วัดปราสาท ปี 2509
50,000  บาท
68.
หลวงพ่อปาน พิมพ์ทรงครุฑ วัดบางนมโค
50,000  บาท
69.
พระกรุวัดชายทุ่ง เนื้อตะกั่ว
40,000  บาท
70.
เหรียญหลวงพ่อเงิน ปี 2515 วัดบางคลาน
25,000  บาท

วันเสาร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2555

หลวงพ่อเงิน 2515


พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร
พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร




วงการพระเครื่องในทุกวันนี้ ต้องยอมรับว่า พระรูปหล่อลอยองค์ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร ที่สร้างในสมัยหลวงพ่อเงินยังมีชีวิตอยู่ มีสนนราคาเช่าหาที่แพงที่สุด ในบรรดาพระรูปหล่อของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีตด้วยกัน รวมทั้งเหรียญหล่อโบราณ พิมพ์จอบเล็ก และพิมพ์จอบใหญ่ ซึ่งตลาดพระมีของหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันไม่บ่อยนัก เพราะมีจำนวนสร้างไม่มาก แต่มีการเช่าหาที่แพงเป็นหลักแสนหลักล้านขึ้นไป

  ผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใส พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ในระดับชาวบ้านทั่วๆ ไป ที่มิใช่เศรษฐีผู้มีเงินเหลือกินเหลือใช้ จึงมองหา พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ที่สร้างในยุคหลังต่อมา หลังจากที่ท่านได้มรณภาพในปี 2462 ซึ่งมีการจัดสร้างกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นวัดที่ท่านเคยพำนักจำพรรษามาก่อน หรือวัดอื่นๆ ในละแวก จ.พิจิตร หากจะสร้างวัตถุมงคลให้ชาวบ้านทำบุญบูชา ก็สร้าง หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จ.พิจิตร เท่านั้น ถึงจะมีผู้สนใจเช่าหา อันจะส่งผลให้วัดที่สร้างได้ปัจจัยทำบุญตามความประสงค์ต่อไป
 อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการสร้างพระหลวงพ่อเงิน ในสมัยต่อมามากมายหลายรุ่น แต่พระดีดีที่ได้รับความศรัทธานิยมจากชาวบ้าน เพราะมีประสบการณ์มากมาย และโด่งดังสุดๆ ก็คือ พระหลวงพ่อเงิน ที่สร้างในปี 2515 หรือที่วงการพระเรียกกันสั้นๆ ว่า "พ่อเงินปี 15"
 การจัดสร้างพระหลวงพ่อเงินในครั้งนั้น ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในเมืองไทย ที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำจนทุกวันนี้
 ทั้งนี้เพราะการจัดสร้าง พระเครื่อง หลวงพ่อเงิน รุ่น ปี 2515 นั้น มีจุดเด่นดีอยู่หลายประการ อาทิ เจตนาการสร้างดี เนื้อหามวลสารดี รูปแบบสวยงาม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พิธีการดี ถูกต้องตามตำรับตำราโบราณทุกอย่าง จนเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใสของชาวบ้านโดยทั่วไป
เหรียญปั๊มพิมพ์จอบใหญ่ เรียกกันว่า เหรียญจอบใหญ่หลวงพ่อเงินบางคลาน
เหรียญปั๊มพิมพ์จอบใหญ่ เรียกกันว่า
เหรียญจอบใหญ่หลวงพ่อเงินบางคลาน
 กล่าวสำหรับ ขั้นตอนการจัดสร้าง พระเครื่องหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515 มีความยุ่งยากพอสมควร โดยมีถึง 4 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
 1. ชนวนโลหะ ถือว่าสุดยอด คือ แผ่นทองเหลืองแผ่นทองแดงที่พระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ ได้รวมพลังอธิษฐานจิต ลงจารอักขระเลขยันต์ต่างๆ และปลุกเสกมาจากวัดของแต่ละท่าน เป็นอย่างดีมาก่อนนำมามอบให้คณะกรรมการผู้จัดสร้าง หลังจากนั้นจึงได้นำมาหล่อหลอมเป็นแผ่นโลหะ ก่อนนำมาเข้าพิธีในครั้งที่ 2
 2.สถานที่ประกอบพิธีปลุกเสก มีความศักดิ์สิทธิ์ และการปลุกเสกก็สุดยอดเข้มขลัง โดยครั้งแรกเป็นการปลุกเสกแผ่นโลหะลงอักขระ ซึ่งได้จากการหลอมแล้ว (จากแผ่นโลหะลงจารที่ได้จากขั้นตอนที่ 1) โดยพระเกจิอาจารย์ 74 รูป จากทั่วประเทศ โดยทำพิธีที่วัดสุทัศนฯ และได้มอบแผ่นโลหะเหล่านั้นให้โรงงาน นำไปจัดสร้างเป็นวัตถุมงคล พระหลวงพ่อเงินทั้งหมด

 3.พิธีปลุกเสก เมื่อโรงงานได้สร้างวัตถุมงคล พระเครื่องหลวงพ่อเงินชนิดต่างๆ (จากขั้นตอนที่ 2) ครบถ้วนแล้ว ได้จัดพิธีปลุกเสกขึ้นที่วัดสุทัศนฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 ธันวาคม 2514 โดยพระคณาจารย์ชื่อดังจากทั่วประเทศ 127 รูป ตามตำรับวัดสุทัศนฯ ซึ่งถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และโด่งดังในการสร้างพระเนื้อโลหะมาแต่โบราณกาล รวมทั้งฤกษ์ผานาทีที่ได้กำเนิดขึ้นอย่างถูกต้อง ไม่มีผิดเพี้ยน
 4.ปลุกเสกที่วัดหลวงพ่อเงิน เมื่อเสร็จพิธีปลุกเสกจากวัดสุทัศนฯ แล้ว ได้มีการนำพระหลวงพ่อเงินทั้งหมดกลับวัดบ้านเกิดของท่าน คือ วัดบางคลาน เพื่อทำพิธีปลุกเสกครั้งสุดท้าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม 2515  โดยได้นิมนต์พระคณาจารย์จากทั่วประเทศ ร่วมบริกรรมปลุกเสก ตามพิธีกรรมแบบโบราณตลอดทั้งคืน เริ่มตั้งแต่ 4 โมงเย็น ไปจนถึง 6 โมงเช้า โดยได้แบ่งพระคณาจารย์นั่งปรกปลุกเสกเป็นชุด ชุดละ 16 รูป จำนวน 6 ชุด รวม 96 รูป โดยปลุกเสกชุดละ 2 ชั่วโมง สลับกันไป อย่างไม่มีหยุดพัก มีทั้งนั่งปรก บริกรรมภาวนา สวดพระคาถามหาทิพย์มนต์ พระคาถาพุทธาภิเษก และพระคาถาภาณวาร เป็นต้น
 รุ่งเช้า วันจันทร์ที่ 31 มกราคม 2515 เป็นการฉลองสมโภชเพื่อความเป็นสิริมงคล อันเป็นการเสร็จพิธีอย่างครบถ้วนถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด หลังจากนั้น ถึงได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่สั่งจองรับวัตถุมงคลพระเครื่องหลวงพ่อเงินได้ทันที
รายการพระหลวงพ่อเงิน ที่จัดสร้างในปี 2515 ประกอบด้วย
1.พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา 5 นิ้ว จำนวน สร้าง 1,000 องค์
2.พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน ขนาดบูชา 3 นิ้ว จำนวนสร้าง 1,000 องค์
3.พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์ลอยองค์ บรรจุกริ่ง  เนื้ออัลปาก้า จำนวนสร้าง 5,000 องค์
4. พระรูปเหมือนหลวงพ่อเงิน พิมพ์ลอยองค์ บรรจุกริ่ง เนื้อทองเหลือง จำนวนสร้าง 5,000 องค์ (แบ่งพิมพ์ทรง ตามมาตรฐานทั้ง 2 เนื้อ มีด้วยกัน 3 พิมพ์ทรง คือ 1.พิมพ์คอแอล (L) 2.พิมพ์เลขแปด 3.พิมพ์มือมีจุด)
5.เหรียญปั๊ม พิมพ์จอบใหญ่ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จำนวนสร้าง 10,000 เหรียญ
6.เหรียญปั๊ม พิมพ์จอบเล็ก จำนวนสร้าง 10,000  เหรียญ (แบ่งพิมพ์ทรงตามมาตรฐาน มี 2 พิมพ์ คือ 1.พิมพ์แขนขาด 2.พิมพ์แขนเต็ม)
7.เหรียญขวัญถุงหลวงพ่อเงิน เนื้อกะไหล่ทอง จำนวนสร้าง 5,000เหรียญ และ เนื้อกะไหล่เงิน 5,000 เหรียญ
เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515
เหรียญจอบเล็ก หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน ปี 2515
 นอกจากนี้ยังมี พระเนื้อดิน พิมพ์พระเจ้า 5 พระองค์  และพิมพ์นางพญา จำนวนสร้างรวมทั้งหมดประมาณ 84,000 องค์ โดยแบ่งให้เช่าจำนวนหนึ่ง และบรรจุกรุในองค์เจดีย์อีกจำนวนหนึ่ง
แหวน สำหรับผู้ชายและผู้หญิง จำนวนสร้าง 2,000 วง และ เหรียญรูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปหลวงพ่อเงิน ด้านหลังเป็นรูปหลวงพ่อเปรื่อง และด้านหลังเป็นพระรูปเหมือนเสด็จในกรมหลวงชุมพรฯ จำนวนสร้างรวมกันประมาณ 10,000 เหรียญ
ทุกวันนี้ พระหลวงพ่อเงิน ปี 2515 ทุกพิมพ์ได้รับความศรัทธาสนใจจากนักสะสมพระสายนี้กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากพระหลวงพ่อเงินรุ่นเก่า ที่ทันหลวงพ่อเงินปลุกเสกนั้น มีสนนราคาเช่าหาองค์หนึ่งเป็นแสนเป็นล้านขึ้นไป สุดวิสัยที่ชาวบ้านทั่วๆ ไปจะไขว่คว้าหามาสักการบูชาได้  ผู้ที่เคารพนับถือหลวงพ่อเงินจริงๆ จึงหันมาเช่าหา พระหลวงพ่อเงิน ปี 2515 มาใช้ทดแทน
 นอกจากนี้ ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ พระหลวงพ่อเงิน ปี 2515 มีผู้แสวงหากันมาก คือ อานุภาพความขลังความศักดิ์สิทธิ์ ที่ก่อเกิดประสบการณ์เป็นเลิศในทุกด้าน...อยู่เสมอๆ นั่นเอง ประวัติหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

Google จดสิทธิบัตร Doodle (การรอคอยกว่า 10ปี)



Picture 22 Google จดสิทธิบัตร Doodle ได้แล้ว หลังรอคอยกว่า 10 ปี
Google จดสิทธิบัตร Doodle ได้แล้ว หลังรอคอยกว่า 10 ปี
สำนักงานสิทธิบัตรแห่งสหรัฐอเมริกาได้อนุมัติสิทธิบัตรให้กับกูเกิลสำหรับ Doodle หรือการที่โลโก้ของกูเกิลในหน้าแรกเปลี่ยนไปตามเทศกาลสำคัญต่างๆแล้ว หลังจากที่กูเกิลได้ร้องขอไปกว่า 10 ปี ตั้งแต่เมื่อปี 2001 โดยเอกสารสิทธิบัตรที่ได้มีหมายเลข 7,912,915 ลงชื่อผู้ประดิษฐ์คือ Sergey Brin หนึ่งในผู้ก่อตั้งกูเกิลนั่นเอง โดยมีคำอธิบายว่ามันคือ “ระบบขั้นตอนที่เปลี่ยนรูปแบบโลโก้ของบริษัทให้เข้ากับเนื้อเรื่องหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจให้กับผู้ใช้งานเว็บ โดยเป็นภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว และมีลิ้งก์เชื่อมโยงไปยังผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นๆ”
Doodle คือ โลโก้ของกูเกิลในหน้าแรกเปลี่ยนไปตามเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น
โลโก้ของกูเกิ้ลในวันที่ Mar 13, 2011 National Thai Elephant Day – (Thailand)
thai elephant day11 hp Google จดสิทธิบัตร Doodle ได้แล้ว หลังรอคอยกว่า 10 ปี
โลโก้ของกูเกิ้ลในวันที่ Nov 21, 2010 Loy Krathong Festival – (Thailand)
loykrathong10 hp Google จดสิทธิบัตร Doodle ได้แล้ว หลังรอคอยกว่า 10 ปี


กำเนิดดูเดิล

Dennis Hwang
ภาพที่วาดลงบนโลโก้ของกูเกิลบนหน้าหลักของเรา หรือที่เรียกว่าภาพ "ดูเดิล" ของกูเกิลนั้นเป็นนับเป็นส่วนหนึ่งของกูเกิลมานานแล้ว พี่เดนนิส ฮวาง เว็บมาสเตอร์ของกูเกิล อายุ 30 ปี ผู้ที่เข้่ามาฝึกงานที่กูเกิลเมื่อปี ค.ศ. 2000 ได้ริเริ่มเฉลิมฉลองและเน้นความสำคัญของเหตุการณ์และวันหยุดสำคัญๆ ของโลกด้วยภาพดูเดิล ตั้งแต่นั้นมา ผลงานของทีมดูเดิลก็ได้ปรากฏต่อผู้คนนับล้านและมีแฟนๆ เหนียวแน่นที่คอยตั้งตารอชมผลงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ บนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิล พี่เดนนิส มาคุยกับน้องๆ เกี่ยวกับภาพดูเดิลและผลงานของเขา ซึ่งรวมสิ่งที่เขารักสองอย่างเขาด้วยกัน นั่นคือ เทคโนโลยีและศิลปะ
คนส่วนใหญ่จะเลือกทำงานตามสิ่งที่ตนสนใจเพียงสิ่งเดียว พี่เดนนิสทำอย่างไรถึงได้งานเจ๋งๆ แบบนี้ ที่รวมเอาคอมพิวเตอร์กับศิลปะเข้าไว้ด้วยกัน
"พี่ได้เข้ามาฝึกงานที่กูเกิลสมัยที่เรียนมหาวิทยาลัย มีหน้าที่ช่วยดูแลเว็บไซต์ แล้วก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ช่วยเว็บมาสเตอร์ ตอนนั้นผู้ก่อตั้งกูเกิลทั้่งสองคือพี่แลรี่ เพจ และเซอร์เกย์ บริน มีไอเดียเกี่ยวกับโลโก้สำหรับวันหยุดอยู่แล้ว พอพี่ได้เข้ามาร่วมงาน พวกเขาได้ทราบว่าพี่เรียนศิลปะมา เลยแนะนำให้พี่ลองทำดู พี่จึงทำงานเว็บมาสเตอร์ให้กูเกิลเป็นงานหลัก แล้ววาดภาพดูเดิลเป็นโปรเจ็กต์ชั่วคราว"
ทีมดูเดิลพยายามตามเหตุการณ์และวันสำคัญต่างๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเลยหรือเปล่า
"เราเตรียมตัวนานแค่ไหนนั้นไม่แน่นอน บางครั้งเราตอบสนองเหตุการณ์เด่นๆ ทันที โดยสร้างโลโก้ขึ้นมาภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง สำหรับประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น หากมีวันพิเศษและเราคิดว่าเข้ากันได้ักับแบรนด์ของกูเกิล เราก็อยากร่วมเฉลิมฉลองด้วย"
พี่เดนนิสได้รับคำแนะนำจากผู้ใช้กูเกิลบ้างไหม
"เราได้คำแนะนำมากมาย เรายินดีรับฟังความคิดเห็นและไอเดียเพราะว่าผู้ใช้ของเราช่างสร้างสรรค์กันจริงๆ ตัวอย่าง เช่น นักบินอวกาศชาวฝรั่งเศสส่งอีเมลมาหาเราเกี่ยวกับการเคลื่อนทีของดาววีนัส ที่ทุกๆ 122 ปี เงาของดาววีนัสจะไปตกบนดวงอาทิตย์ ระหว่างการเคลื่อนที่ น้องๆจะเห็นจุดสีดำเคลื่อนที่ไปรอบๆ ดวงอาทิตย์ นี่คือ ภาพที่พี่วาดไว้
พี่เดนนิสมีขั้นตอนการดีไซน์อย่างไร
"อันดับแรกเราจะระดมสมองกันก่อน ค้นหารูปภาพต่างๆ บนกูเกิล แล้วก็อ่านข้อมูลต่างๆ หลังจากนั้นจึงดีไซน์รูปบนโลโก้ของกูเกิล พี่ว่ามันน่าสนใจมาก"
ดูเดิลที่พี่เดนนิสชอบที่สุดคือภาพไหน
"พี่มีภาพที่ชอบเยอะเลย ส่วนใหญ่แล้วพี่จะตั้งใจทำภาพที่เกี่ยวกับวันเกิดของศิลปินมากที่สุด เช่น วันเกิดของโมเน่"
การออกแบบดูเดิลสำหรับวันสำคัญๆ ที่เกิดซ้ำกันทุกปีนั้นยากหรือไม่
"มันเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งตารอที่จะทำ เราพยายามจะหาไอเดียใหม่ๆ กันทุกปี แต่ว่าวิธีวาดไก่งวงหรือฟักทองมันก็มีแค่ไม่กี่วิธีหรอก"
เคล็ดลับจากพี่เดนนิส
  1. ดีไซน์ของน้องๆ จะต้องเข้ากันได้กับตัวอักษรของโลโก้กูเกิล แต่อย่าจำกัดความคิดสร้างสรรค์
  2. ลองใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการสร้างสรรค์ดูเดิลแล้วดูว่าอะไรเหมาะกับน้องๆ ที่สุด (สามารถใช้คอมพิวเตอร์สร้างดูเดิลก็ได้)
  3. อย่าออกแบบให้ซับซ้อนเกินไป ส่วนใหญ่แล้วรูปที่เีรียบง่ายที่สุดจะโดนใจที่สุด
  4. จำไว้เสมอว่ารูปของน้องๆ อาจไปปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของกูเกิลประเทศไทย ลองนึกดูว่ารูปของน้องๆ จะดูเป็นอย่างไรเมื่อไปอยู่ที่นั่น
  5. พยายามใช้สีให้เหมาะสม และคิดว่ามันจะรับกับพื้นหลังสีขาวหรือไม่
  6. อย่าใช้ภาพเพื่อการโฆษณาหรือภาพที่มีลิขสิทธิ์
  7. คิดนอกกรอบ พยายามวาดดูเดิลที่แตกต่างจากเพื่อนๆ และไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน
  8. ใช้พื้นที่ด้านหน้าหรือด้านหลังตัวอักษร Google ได้ แต่พยายามรักษาความสมดุลของภาพไว้
  9. วาดให้สนุก! การประกวด Doodle 4 Google นี้เน้นที่ความคิดสร้างสรรค์และสนุกสนานกับการออกแบบ

Google +1 button คืออะไร ทำงานอย่างไร มาดูรายละเอียด กันเลย +1


มันคืออะไรกันแน่ ???????????

plusone รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?
ทุกคนคงรู้จักการกด Like ของ Facebook หรือการ Tweet ผ่าน Twitter แน่นอน แต่วันนี้คุณรู้จักกับ +1 จาก Google แล้วหรือยัง ว่าปุ่ม +1 นั้นทำงานอย่างไร และเหมือน Like, Tweet รึเปล่า จะเอามาลงในเว็บไซต์เราได้อย่างไร เรามาเริ่มทำความรู้จักกับ Google +1 button กันเลยครับ

icon3 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? ปุ่ม +1 คืออะไร

+1 button หรือ ปุ่ม +1 คือ ตัวแทนสำหรับการแสดงออกว่าคุณชอบอะไร หรือเพื่อที่จะแนะนำสิ่งเหล่านั้นให้กับเพื่อนๆ ของคุณ โดยเมื่อคุณกด  share รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? ที่แสดงอยู่บนเว็บไซต์ต่างๆ ปุ่มนั้นจะกลายเป็นสีน้ำเงิน shared รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? และบางกรณีจะแสดงจำนวนผู้ที่ +1 ทั้งหมดไว้ใกล้ๆปุ่มด้วย การจะกดปุ่ม +1 ได้จำเป็นต้องเข้าสู่ระบบด้วยบัญชีของ Google เสียก่อน คล้ายๆ กับการกดปุ่ม Like ของ Facebook นั่นแหละครับ
sharebutton รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?


icon3 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? กด +1 แล้ว Google จะแสดงเราไว้ที่ไหนบ้าง

เมื่อคุณกด  +1  เรียบร้อยแล้ว ทาง Google ก็จะเก็บ profile ของคุณ(บัญชี Google) พร้อม URL ที่คุณชอบไว้ในระบบ และจะแสดงให้ผู้อื่นเห็นในหลายๆช่องทางด้วยกัน คือ
1. ผลลัพธ์การค้นหา Google.com ภาษาอังกฤษ (ใครใช้การค้นหาผ่าน Google.co.th จะไม่เห็นนะครับ) ซึ่งหากเว็บไซต์ใดที่เพื่อนๆของเรา +1 ไว้เยอะ ลำดับผลลัพธ์ในการค้นหาก็จะดีขึ้นด้วย (^__^) สงสัยในเร็วๆนี้ จะมีการแข่งชิงรางวัลแจก iPad, BB แบบต้องกด +1 ก่อนแน่นอนครับ (ทาง Search Engine ของ Microsof อย่าง Bing ก็เริ่มใช้แล้วเช่นเดียวกัน แต่ใช้ Like ของ Facebook มานับคะแนน)
see plus ones1 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?
2. หน้า Profile ของบัญชี Google ของเราเอง โดยจะอยู่ใน Tab +1 ซึ่งคุณสามารถที่จะกำหนดให้คนอื่นเห็นหรือไม่เห็นข้อมูลเหล่านี้ก็ได้
show plus ones1 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?

icon3 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? แย่แล้ว กด +1 ไปแต่ไม่อยากให้คนอื่นรู้ ทำยังไงดี ?

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า ผู้ที่สามารถเห็นชื่อเราในรายการผู้ที่กด +1 ให้กับเว็บต่างๆนั้น จะมีอยู่ด้วยกัน 3 กลุ่มตอนนี้คือ
  • ผู้ที่อยู่ในรายชื่อการสนทนา Gmail (หรือ Google Talk) ของคุณ
  • ผู้ที่อยู่ในกลุ่ม “ผู้ติดต่อของฉัน” ใน ผู้ติดต่อ Google
  • ผู้ที่คุณติดตามใน Google Reader และ Google Buzz
แต่ถ้าไม่อยากให้ผู้อื่นเห็นในสิ่งที่เราถูกใจหรือกด +1 ไปแล้วหล่ะก็ คุณก็สามารถซ่อนตัวตนของคุณจากสาธารณะได้ ทั้งการปิดแท็บ +1 ในหน้า Profile ของคุณ และการปิดชื่อของคุณที่จะแสดงในเว็บไซต์ที่มีปุ่มนั้น ด้วยการเข้าไปตั้งค่าบัญชีของ Google แล้วเลือกแก้ไข “+1 on non-Google sites”
public1 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?ปุ่ม+1 บนเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ Google เมื่อคุณเปิดเผยต่อสาธารณะ
private รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?ปุ่ม+1 บนเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ Google เมื่อคุณไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ

icon3 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? อยากได้ปุ่ม +1 ไปแปะในหน้าเว็บไซต์ของเราบ้าง ทำไง ?

ปกติแล้ว Google เปิดตัว +1 นี้เพียงแค่การทดลองเท่านั้น ยังไม่เป็นเวอร์ชั่นการใช้งานจริง ซึ่งจะใช้ได้เฉพาะผู้ใช้งานในอเมริกาเท่านั้น (สังเกตได้จาก หน้าผลลัพธ์ใน Google.co.th ยังไม่มีปุ่ม +1 นี้) แต่เราก็สามารถนำเอาปุ่ม +1 มาไว้ในเว็บไซต์ของเราได้เช่นกัน
วิธีการนำปุ่ม +1 มาไว้ในเว็บไซต์ของเรา (+1 Your Website)
ให้คุณเข้าสู่ระบบบัญชี Google และไปที่ http://www.google.com/webmasters/+1/button/index.html
ในหน้านั้นคุณสามารถกำหนดขนาดของปุ่ม, โชว์จำนวน +1 และเนื้อหาอื่นๆ , URL ที่จะให้ +1
googleplusonesizes1 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ?
จากนั้นก็ Copy โค้ดที่ Google ให้มาไปแปะไว้ในเว็บไซต์ของเราเท่านั้นเอง ซึ่งจะแยกออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ
1. Code ส่วนที่เป็น Script แปะไว้ใน tag หรือถ้าไม่ได้จริงๆ ก็ที่ไหนก็ได้แต่ต้องก่อนจบ
<!– Place this tag in your head or just before your close body tag –>
2. Code ส่วนที่เป็นปุ่ม +1 ให้วางไว้ในตำแหน่งที่คุณต้องการแปะปุ่มไว้นั่นเอง
<!– Place this tag where you want the +1 button to render –>

icon3 รู้จักกับ Google +1 button มันคืออะไรกันแน่ ? สรุป +1 ก็เหมือน Like นั่นเอง

ใช่แล้วหล่ะครับ +1 ก็คือการใช้พลังในเครือข่ายสังคมในการแชร์และส่งต่อให้เพื่อนๆ ได้รู้จักกับสิ่งที่เราชอบหรือสิ่งที่เราแนะนำ Google เองก็ต้องการเครือข่ายสังคมแบบนี้เพื่อใช้กับผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของทางกูเกิลเอง สุดท้ายหากคุณชอบบทความใดๆในเว็บ lnw ของเราแล้ว อย่าลืมกด +1 ให้เราด้วยนะคร้าบ ^___^