logo

ณัฏฐ์ โดย Nutt Krait

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563

ไพ่ คำสั้นๆ นี้แฝงไปด้วยความหมาย เชื่อว่าคุณ ไม่อยากที่จะรู้

เชื่อว่าพวกเราแทบทุกคนต้องเคยเล่นไพ่กันมาบ้าง แต่เราเคยสงสัยหรือไม่ว่า ทำไมไพ่ 1 สำรับถึงต้องมี 52 ใบ และความหมาย บนรูปหน้าไพ่ หมายถึงอะไรกันบ้าง

card-01

ไพ่ 1 สำรับหมายถึง 1 ปี จำนวนไพ่ 52 ใบ จะหมายถึงจำนวนสัปดาห์ใน 1 ปี

ไพ่ 52 ใบจะแบ่งออกเป็น 4 ชุดๆละ 13 ใบ หมายถึง ข้างขึ้นข้างแรม

ผลรวมจำนวนแต้ม บนหน้าไพ่ทั้ง 52 ใบ จะเท่ากับ 364 แต้ม

โดยแจ็ค = 11 ควีน = 12 คิงส์ = 13 และ ไพ่ Joker ใบแรก จะแทน 1 แต้ม รวมแล้วจะได้ 365 แต้ม ซึ่งเท่ากับจำนวนวันใน 1 ปี ส่วน Joker ใบที่สอง จะแทนปี อธิกสุรทิน ที่เดือน กุมภาพันธ์มี 29 วัน

card-09

ใน 1 สำรับ จะประกอบด้วย ไพ่สีแดง จำนวน 26 ใบ และ ไพ่สีดำ อีกจำนวน 26 ใบ ซึ่งมีความหมายว่า โลกถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่ได้รับแสง จากดวงอาทิตย์ และ ส่วนที่ไม่ได้รับแสงจากดวงอาทิตย์ โดยไพ่สีแดง หมายถึงโลกฝั่งตะวันออก ส่วนไพ่สีดำ หมายถึงโลกฝั่งตะวันตก

ไพ่ Jack, Queen และ King จะแทนธรรมชาติของมนุษย์

โดย  Jack หมายถึง ชายหนุ่ม

Queen จะหมายถึง หญิงสาว

King หมายถึง ชายสูงวัย

ดอก จิก ข้าวหลามตัด โพธิ์แดง โพธิ์ดำ จะแทน 4 สิ่ง ที่มีสำคัญในชีวิต คนเรา

card-03

ดอกจิก หมายถึง ความรู้

ข้าวหลามตัด หมายถึง เงินทอง ทรัพย์สมบัติ

โพธิ์แดง หมายถึง ความรัก

โพธิ์ดำ หมายถึง ความตาย

card-05

Jack ดอกจิก จะหันหลังให้ดอกจิก

ส่วน King ดอกจิก จะหันข้างให้

นั่นหมายถึง ในวัยเด็กนั้น จะไม่ค่อยชอบศึกษาหาความรู้ แต่จะชอบการเที่ยวเล่นมากกว่า แต่พอโตขึ้นก็หันมาให้ความสำคัญ ในการหาความรู้มากขึ้น

card-06

Jack ข้าวหลามตัด จะหันข้างให้ข้าวหลามตัด

ส่วน King ข้าวหลามตัด จะจ้องมองไปที่ข้าวหลามตัดตรงๆ

ซึ่งก็หมายถึง คนเมื่ออยู่ในวัยหนุ่ม จะไม่สนใจสะสมทรัพย์สมบัติเก็บออมเงินทอง คือยังใช้จ่ายเงินตามใจตัวเอง หาได้มากก็ใช้มาก แต่พออายุมากขึ้น ก็เริ่มรู้จักวางแผนการใช้เงิน เนื่องมาจากมีความรับผิดชอบมากขึ้น

card-04

Jack โพธิ์แดง จะหันหน้ามอง ไปที่โพธิ์แดง

ส่วน King จะหันมองเพียงข้าง

หมายถึง เมื่อวัยหนุ่มคนเรา จะสนใจในเรื่องของความรักใคร่มาก เป็นพิเศษ เมื่ออายุมากขึ้น ความสนใจเรื่องนี้ ก็จะน้อยลง แต่ไปให้ความสนใจ ในเรื่องอื่นแทน เช่น หน้าที่การงาน หรือ เงินทองทรัพย์สมบัติ

card-07

ไพ่โพธิ์ดำ เป็นเพียงอย่างเดียวที่ทั้ง Jack, Queen และ King หันหลังให้ทั้งหมด เปรียบได้กับคน ที่ไม่ว่าจะเป็นหญิง หรือชายทั้งแก่และหนุ่มสาว ต่างก็ไม่มีใครอยากตาย กลัวความตายกันทั้งนั้น

สามารถติดตามเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ เพิ่มเติมได้ ใน blog ครับ 


วันพุธที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2563

10 กัวราน่า


คือ อะไร? มีประโยชน์อย่างไร? เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราอย่างไร? เรื่องนี้มีคำตอบกัวรานา เป็นพืชพันธ์ุไม้เลื้อยอยู่ในป่าอเมซอน มีดอกและมีใบใหญ่ มีผลขนาดเล็กสีส้มแดง ภายในมีเมล็ดสีดำ คล้ายๆ กาแฟ นิยมมากแถบ อเมริกาใต้ โดยเฉพาะบราซิล และอุรุกวัย คนพื้นเมืองแถบแอฟริกา และ อเมริกาใต้ ใช้ชงดื่มมาเป็นเวลาหลายร้อยปี

ในปี ค.ศ.1700 นักพฤกษศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ทำการแยกสารสำคัญจากกัวรานา ได้สารที่มีรสขมเป็นผลึกสีขาว และได้ตั้งชื่อสารนี้ว่า กัวรานีน (Guaranine) ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น คาเฟอีน (Caffeine) ซึ่งเชื่อกันว่า สารกัวรานีน ในกัวรานานั้น มีฤทธิ์เฉพาะที่แตกต่างจากคาเฟอีนทั่วไปที่ได้จากชา หรือกาแฟ ทั้งยังเป็นคาเฟอีนจากธรรมชาติ ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นเซลล์ประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัวสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดความรู้สึกง่วง เพลีย นอกจากนี้ยังพบสารประเภท Natural Phenol ได้แก่ Catechin และ Epicatechin ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระอีกด้วยกัวรานาจึงเป็นที่นิยม ด้วยประโยชน์ที่โดดเด่น ทั้งยังดื่มได้บ่อยครั้ง โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพ เพราะมาจากธรรมชาติ เหมาะมากกับการทำงานของหนุ่มสาวออฟฟิศ ที่มักจะง่วงหงาวหาวนอนบ่อยๆ ในช่วงเวลาบ่าย หลังจากทำงานมาตั้งแต่เช้า และเพิ่งทานข้าวมาอิ่มๆไม่ว่าจะทำงาน ประชุม สัมมนา ฯลฯ เมื่อรู้สึกง่วง แต่ไม่สามารถหลับในเวลางานได้ ถ้าได้ตัวช่วยอย่างกัวรานาสกัด รับรองว่าตื่น สดชื่น ลุยงานต่อได้สบาย หรือจะเติมพลัง ตื่น สดชื่น เพื่อไปสนุกกับกิจกรรม Out Door ก็เต็มที่ได้สุดๆซึ่งปัจจุบันนี้ มีเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกัวรานาสกัดให้ดื่มง่าย ด้วยรสผลไม้ หรือเพิ่มประโยชน์เข้าไป เช่นวิตามินต่างๆ ก็จะยิ่งเพิ่ม ความตื่น สดชื่นได้มากขึ้น จัดเป็นเทรนด์ใหม่ของเครื่องดื่มผสมคาเฟอีน ที่เปลี่ยนมาผสมคาเฟอีนจากธรรมชาติ ตอบโจทย์คนรักสุขภาพได้อย่างดี ทั้งยังให้ทางเลือกใหม่กับคนยุคใหม่ ได้ลองเปลี่ยนจากเครื่องดื่มคาเฟอีนแบบเดิมๆ มาสัมผัสความตื่นในแบบของกัวรานาสกัดอีกด้วยเห็นไหมว่า “กัวรานา” ชื่อแปลกๆ แบบนี้ แต่ประโยชน์เข้าท่า แก้ง่วงเข้าที แถมไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพแบบนี้ คงเปิดใจคนรุ่นใหม่ หลายคนที่รักสุขภาพ ให้อยากหันมาลองดื่มบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ

สารสกัดในกัวรานา(Guarana)
  • ในปี ค.ศ.1700 นักพฤษศาสตร์ชาวเยอรมัน ได้ทำการแยกสารสำคัญจากกัวรานา ได้สารที่มีรสขม เป็นผลึกสีขาว และได้ตั้งชื่อสารนี้ว่า กัวรานีน (Guaranine) ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น คาเฟอีน (Caffeine) 
  • ทุกวันนี้ก็ยังเชื่อกันว่า กัวรานีน มีสารออกฤทธิ์เฉพาะ ที่แตกต่างจาก คาเฟอีน 
  • ในผลลูกเล็กสีส้มแดงภายในมีเมล็ดสีดำ เมล็ดกัวรานาให้ ประกอบด้วยคาเฟอีน(caffeine) ประมาณ 4-8% (25,000 to 75,000 ppm) และในเมล็ดกัวรานา อุดมด้วย แทนนิน(tannins), ทีโอฟิลิน(theophillin), ทีโอโบรไมด์ (theobromine), อัลคารอยด์(alkaloids), วิตามินซี(vitamin C), วิตามินบีรวม(complex of vitamins B), 5% to 25% tannin, 3% fats, 5-6% starches, 7% resin, a saponin, mucilage, choline and pigments
  • คาเฟอีน ส่วนใหญ่สกัดได้จาก ชา หรือ กาแฟ แต่ก็ยังมีแหล่งคาเฟอีนอื่นๆตามธรรมชาติอีก เช่น เยอร์บามาเท (Yerba Matte)  พืชโคล่า (Kola Nuts) และ กัวรานา(Guarana)
  • คาเฟอีน มีฤทธิ์ กระตุ้นเซลล์ประสาท ทำให้ร่างกายตื่นตัว ลดความรู้สึกอ่อนเพลีย ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และ ความดันเลือดสูงขึ้น
  • พบสารประเภท Natural Phenol ได้แก่ Catechin และ Epicatechin ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
  • กัวรานีน จากกัวรานาสกัด ก็เทียบเท่ากับ คาเฟอีน ดังนั้นคำแนะนำในวงการแพทย์ที่ ให้กินคาเฟอีนไม่เกินวันละ 300 มิลลิกรัม (0.3 กรัม) ก็ควรนำมาพิจารณาใช้ แม้งานวิจัยจะบอกว่าขนาดของคาเฟอีนที่ทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายเรา คือ 6-7 กรัม ขึ้นไปก็ตาม
10 ประโยชน์เน้นๆ จากกัวรานาที่คุณควรรู้
(1) ขึ้นชื่อมาก เรื่องแก้ง่วง กระตุ้นตื่น สดชื่น กระปรี้กระเปร่า เพราะมีคาเฟอีน 3 เท่าของกาแฟ
(2) เป็นคาเฟอีนจากธรรมชาติ ดื่มได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
(3) ประเทศในแถบอเมริกาใต้ นอกจากกาแฟ จะนิยมดื่มกัวรานา เพราะช่วยเพิ่มพลัง ต่อสู้กับความเมื่อยล้า เพิ่มความแข็งแกร่ง และอดทนให้แก่ร่างกาย
(4) กัวรานามีสารการาไนต์ เพิ่มความสดชื่น เพิ่มพลังงาน บำรุงสมอง และเพิ่มสมาธิยาวนานมากขึ้น
(5) กัวรานามีสารโพลีฟีนอล ที่ช่วยขับสารพิษตกค้างในร่างกายจากการสูบบุหรี่ รวมทั้งสารอื่นๆ ที่ตกค้างในระบบทางเดินอาหาร และระบบหมุนเวียนเลือด
(6) ทำให้ร่างกายสดชื่น สมองปลอดโปร่ง ไม่ง่วงซึม หรือเคร่งเครียดจนต้องพึ่งพาบุหรี่
(7) งานวิจัยจากแพทย์ในอเมริกาพบว่า สารสกัดจากเมล็ดกัวรานา ช่วยให้ผู้ที่ติดบุหรี่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้
(8) สำหรับที่อินเดีย นิยมใช้กัวรานารักษาอาการไข้ โรคไมเกรน (Migraine) ตะคริว (Cramps) และใช้เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง
(9) สำหรับที่สหรัฐอเมริกา ยังใช้กัวรานาแก้อาการอ่อนเพลีย ทำให้รู้สึกสดชื่น และช่วยลดน้ำหนัก
(10) กัวรานา ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ต้านเชื้อแบคทีเรีย และอุดมด้วยวิตามินต่างๆ มีใยอาหารซึ่งช่วยให้ระบบขับถ่ายดี และช่วยล้างสารพิษในลำไส้
(11) ช่วยปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุล ทำให้อารมณ์ดี พร้อมสำหรับการเรียนรู้ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ หรือใช้ความคิดสร้างสรรค์

นอกจากนี้ประโยชน์ของกัวราน่าต่อร่างกายในด้านอื่นๆ มีมากเช่นกันได้แก่ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินต่างๆ มีกากใยช่วยในการย่อยอาหารซึ่งผลดีต่อระบบขับถ่าย และช่วยชำระล้างสารพิษในลำไส้ด้วย ปรับอารมณ์ให้เกิดความสมดุล ลดความหดหู่ช่วยให้เกิดสมาธิ และความพร้อมในการเรียนรู้ ช่วยให้ระบบไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น ป้องกันและบรรเทาโรคต่างๆ ได้แก่ โรคไข้หวัดใหญ่ ภูมิแพ้ หอบหืด ไมเกรน โดยกัวราน่า มีสารการาไนต์ ซึ่งมีสรรพคุณในการช่วยให้ต่อมที่ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลและเกลือแร่ในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสดชื่น เพิ่มพลังงาน บำรุงสมอง ช่วยให้ผู้ที่ทำงานมีสมาธิมากขึ้น รวมทั้งยังช่วยระงับอาการอยากบุหรี่และอยากกาแฟได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารโพลีฟีนอลที่ช่วยในการขับสารพิษตกค้างในร่างกายอันมีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่ ซึ่งได้แก่ สารนิโคติน ทาร์ และคาร์บอนมอนนอกไซด์ ตลอดจนสารอื่น ๆ ที่ตกค้างในระบบทางเดินอาหารและระบบหมุนเวียนเลือด เช่น สารตะกั่ว สารกัมมันตรังสี สารหนู สารฟอมาลดีไฮด์ ฯลฯ เมื่อสารต่าง ๆ ดังกล่าวถูกชะล้างออกไปก็จะทำให้ร่างกายสดชื่น สมองปลอดโปร่ง ไม่ง่วงซึม หรือเคร่งเครียดจนต้องพึ่งพาบุหรี่ โดยสรุปแล้ว กัวรานามีประโยชน์มากมาย แต่ขึ้นชื่อที่สุดเรื่องกระตุ้นตื่น แก้ง่วง และที่สำคัญไปกว่านั้น กัวรานายังเป็นคาเฟอีนจากธรรมชาติ ซึ่งแตกต่างจากคาเฟอีนทั่วไป

เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 เนื้อทองคำ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้


เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ปี 2508 เนื้อทองคำ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้

วันนี้โชคดีที่แฟนคลับได้นำพระเครื่องมาให้ชม มีหลายองค์ที่น่าสนใจเพื่อนำมาถ่ายทอดให้เป็นองค์ความรู้กันครับ 
หยิบพระเครื่องชุดแรกออกมาให้ชม เห็นเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปี 2508 เนื้อทองคำ
 รีบคว้าขึ้นมาชมทันที มีหลายเหรียญ พลิกไป พลิกมาปรากฏว่ามีเหรียญหนึ่งแท้ อีกเหรียญหนึ่งเก๊ เลยขออนุญาต
 เจ้าของเหรียญนำมาถ่ายทอดให้เป็นองค์ความรู้กันครับ
อันเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ปี 2508 จัดได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในหมู่ข้าราชการ ยิ่งฤดูกาลแต่งตั้งเป็นต้องเสาะหามาบูชากัน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการแข่งขันดำรงตำแหน่งให้สูงยิ่งขึ้น ที่กล่าวมานั้นหมายถึงแค่เหรียญทองแดง หรือ เหรียญเนื้ออัลปาก้าเท่านั้นครับ ถ้าเป็นเนื้อทองคำด้วย หายห่วงครับ หาชมได้ยากมาก คะเนว่าสร้างกันไม่ถึง 20 เหรียญเท่านั้น ราคาเช่าหาสำหรับเหรียญสวยๆเนื้อทองแดงในปัจจุบันยังว่ากันแสนไกล แล้วเนื้อทองคำจะเท่าไรกัน
ผู้เขียนได้นำรูปภาพ เหรียญแท้ และเหรียญเลียนแบบ มาให้ชมเปรียบเทียบกันทั้งหน้าและด้านหลัง
 น่าเสียดายเล็กน้อยที่เจ้าของพระถ่ายรูปเฉพาะ ด้านหน้าและด้านหลัง มาให้ชมเท่านั้น
 ไม่ได้ถ่ายด้านขอบข้างเหรียญมาให้ ได้แต่นำเหรียญจริงมาให้ส่องเท่านั้น ดังนั้นได้แต่บรรยายให้เท่านั้นครับ
เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้เนื้อทองคำเหรียญนี้ เป็นเหรียญที่ผ่านการตัดหูในตัวออกไป
 แล้วมาเชื่อมห่วงใหม่ เข้าใจว่าคงตัดหูเหรียญทิ้งไปเมื่อคราวเลื่ยมพระครั้งแรก
ความสวยงามที่ปรากฏต่อสายตา ด้านหน้านั้น การแกะรายละเอียดสวยจริงครับ ต้องบอกว่าเหรียญแท้นั้น ช่างแกะ
 แกะรายละเอียดได้สมจริงมาก ตั้งแต่พระพักตร์ ลงมา เส้นกล้ามเนื้อ ลงรายละเอียดเสมือนจริงมาก
 แม้กระทั่งสังฆาฏิยังมีเส้นสายที่ไล่เลียงลงมา เมื่อเอียงส่องจะเห็นเป็นลวดลายทั้งเส้นขวางและเส้นขนแมวบางๆ 
ตรงลงมาจากด้านบน 
เส้นผ่าปากคมชัดวิ่งยาวทะลุตัวอักขระ
จุดพิจารณาด้านหน้าเหรียญ
1.เริ่มจากด้านบนของเหรียญเสมา ในช่องไฟตารางจะเห็นเส้นขนแมวคมๆลางๆปรากฏอยู่ในร่องทั้งสองฝั่ง
2.เส้นขนแมวด้านบนฝั่งขวาขององค์พระจะคมชัด น้ำหนักของเส้นจะหนังไปเบา(จากขอบลายกนก) และระหว่างช่องของตัวอักขระบนสุดกับศีรษะหลวงพ่อฝั่งขวามือจะปรากฏเส้นเล็กๆบางเหมือนเป็นลักษณะลูกคลื่นเล็กๆ
3.ในตำแหน่งฝั่งขวามือระหว่างข้างเส้นขอบซุ้มกับอักขระตัวที่สองและสามจะเห็นเส้นขนแมวบางๆ 3 เส้น
4.ในร่องหน้าผากจะปรากฏเส้นขนแมวเล็กคมบางปรากฏอยู่
5.ในตำแหน่งอักขระข้างหัวไหล่ฝั่งขวาจะมีเส้นขนแมวคมบาง 2 เส้นพาดเฉียง
6.ปลายงวงช้างฝั่งซ้ายมือองค์หลวงพ่อ จะมีเส้นขนแมวพาดยาวลงมาถึงหัวเข่าซ้ายองค์พระ
7.ปลายนิ้วมือซ้ายของหลวงพ่อจะมีเส้นแตกคม
8.ในบริเวณร่องหัวเข่าซ้ายจะมีเส้นขนแมวคมๆ บางๆ
9.ใต้ตัว "ใ" จะมีเส้นขนแมวบางๆวิ่งไปหาขอบเหรียญ
10.ฝั่งขอบซ้าย-ขวา ด้านล่างเมื่อพลิกส่องดูจะเห็นจุดเล็กๆ ตามขอบด้านใน
พลิกกลับมาดูด้านหลังบ้างครับ ความคมชัดของการแกะแม่พิมพ์ถือว่าเสมือนจริงมาก เส้นเกศา คมชัด เส้นหน้าผากละเอียดอ่อน อ่อนช้อย มีเส้นขนแมวคมๆ ดวงตาท่านคมชัดเสมือนจ้องมาที่เรา รายละเอียดของจีวร สังฆาฏิคมกริบ มีมิติทุกส่วน ซึ่งต่างจากของเลียนแบบโดยสิ้นเชิง
จุดพิจารณาด้านหลัง
1.บริเวณใต้หูเหรียญ ตรงอักขระตัวกลางมีร่องรอยของการปั๊มปรากฏอยู่เป็นเส้นบางๆ
2.เส้นเกศาคมชัดเสมือนจริง
3.เส้นหน้าผากคมชัด
4.มีติ่งแหลมที่ปลายอักขระทั้งสอง ฝั่งซ้ายของอาจารย์ทิม(เอียงส่อง)
5.เส้นคมๆ 2 เส้นติดกับอักขระ ข้างใบหูฝั่งขวา
6.เส้นคมยาวใต้อักขระบริเวณใกล้หูฝั่งซ้าย
7.เส้นขนแมวบริเวณเหนือไหล่ขวา
8.เส้นกล้ามเนื้อคมชัดอ่อนช้อยในร่องไหปลาร้าฝั่งขวา
9.เส้นขนแมวคมๆใต้ตัว "ภ"วิ่งลงไปหาตัว "ศ"
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเหรียญแท้ และเหรียญเก๊ จะเห็นได้ว่า เหรียญเก๊ฝีมือพยายามทำตำหนิให้เหมือนมากที่สุด 
แต่ก็ยังไม่สามารถทำในจุดขนแมวบางๆ ที่ปรากฏขึ้นได้ เพราะสิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้นจากการแกะแม่พิมพ์
และแต่งแม่พิมพ์โดยช่างแกะที่พยามยามออกแบบให้สวยงามที่สุด
ประกอบกับเครื่องจักรที่ใช้ปั๊ม น้ำหนักที่ใช้ กับความมาตรฐานของเครื่องปัจจุบันก็ต่างกัน ขอบข้างนั้น 
เหรียญเนื้อทองคำเป็นเหรียญเลื่อยข้างและแต่งขอบหลังจากเลื่อยเสร็จแล้ว
เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ จ.ปัตตานี สร้างปีพ.ศ.2508  ในโอกาสที่ท่านอาจารย์ทิม
ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโทพัดขาว ฝ่ายวิปัสสนา (ท่านได้รับได้รับพระราชทานสัญญาบัตร
เป็น พระครูสัญญาบัตร ชั้นตรี เมื่อปีพ.ศ.2499 มีนามว่า พระครูวิสัยโสภณ)
จำนวนการสร้างของเหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ ปี พ.ศ.2508 มีหลายเนื้อคือ เนื้อทองคำประมาณการกันว่า
สร้างไม่เกิน 20 เหรียญ  เนื้อเงินแค่หลักร้อย เนื่้ออัลปาก้า 3,000 เหรียญ อัลปาก้าชุบนิเกิ้ล 10,000 เหรียญ
 อัลปาก้าชุบนิเกิ้ลไม่มีเส้นผ่าปาก 10,000 เหรียญ ทองแดง ไม่เกิน 2,000 เหรียญ

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2563

มารยาท ที่ควรจำสำหรับ มือใหม่ หัด แชท

เฟซบุ๊กร่วมกับเดอเบรตต์ (Debrett’s) ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาทจากประเทศอังกฤษ เปิดคู่มือแห่งการแชตแบบมีมารยาท ผลศึกษาชี้การถล่มส่งข้อความรัวๆ ถือว่าไร้มารยาท เช่นเดียวกับคนประเภทอ่านไม่ตอบ ชอบเท หรือส่งต่อข้อความที่คุยกับเพื่อนไปให้คนอื่นโดยไม่ขออนุญาต รวมทั้งพฤติกรรมใช้แชตกลุ่ม พูดคุยเรื่องที่รู้กันอยู่เพียงไม่กี่คน แถมด้วยเคล็ดลับการออกจากกลุ่มแชตแบบบัวไม่ช้ำ น้ำไม่ขุ่น

เฟซบุ๊กเปิดเผยว่า จำนวนข้อความที่ส่งผ่าน Messenger มีจำนวนกว่า 100,000 ล้านข้อความต่อวัน ถือเป็นการสื่อสารหลักของโลกยุคใหม่ การกำหนดกฎ กติกา มารยาทแห่งการแชต จึงจะช่วยให้ศิลปะการสื่อสารในยุคปัจจุบันมีมาตรฐานที่ชัดเจนขึ้น
โดยคู่มือเกี่ยวกับมารยาทในยุคดิจิทัลที่ได้ทำร่วมกับเดอเบรตต์ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาทที่ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ.2312 ณ ประเทศอังกฤษ ถือเป็นคู่มือที่ร่างขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก และมีอยู่ 10 ข้อด้วยกัน ดังนี้

1.สื่ออารมณ์และความหมายให้ดี โทนเสียงในข้อความสามารถส่งผลต่อความหมายได้มากกว่าที่คิด ใช้ภาษาที่เป็นมิตรและเป็นกลางที่สุด หลีกเลี่ยงถ้อยคำเหน็บแนมหรือเสียดสี สัญลักษณ์ต่างๆ หรืออีโมจิน่ารักๆ ช่วยทำให้โทนของข้อความเป็นเชิงบวกได้ นอกจากนั้นยังควรเช็กข้อความก่อนเสมอ ว่าสะกดคำผิดหรือไม่ รวมถึงการใช้เครื่องมือในการแก้ไขข้อความอัตโนมัติที่อาจทำให้ความหมายบิดเบือนไป
ผลศึกษาพบว่า ถ้าเป็นคนอเมริกัน หากเจอข้อความที่อาจสื่อถึงการเสียดสี พวกเขาจะถามตรงๆ เพราะไม่ต้องการเข้าใจผิด ขณะที่คนอังกฤษ 31% เลือกที่จะไม่สนใจและเพิกเฉยต่อข้อความประเภทนี้
2.กระชับแต่อย่าสั้นจนเกินไป ข้อความที่ยาวเป็นย่อหน้า อาจทำให้คนเบือนหน้าหนี แต่การตอบสั้นๆ 1 คำหรือส่งอีโมจิรูปเดียว อาจสื่อได้ว่าไม่สนใจ โดยเฉลี่ยแล้วความยาวของข้อความที่ส่งบน Messenger อยู่ที่ 5 คำ
3.อย่าส่งหลายข้อความติดๆกัน เพราะอาจทำให้ผู้รับรู้สึกรำคาญและเสียสมาธิ โดยเฉพาะในการแชตกลุ่ม การส่งข้อความเยอะๆในครั้งเดียว อาจทำให้คนอื่นสับสนและตามบทสนทนาไม่ทัน โดย 37% ของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก เห็นว่า การส่งข้อความรัวๆ ติดๆกันนั้น เสียมารยาท
4.แคร์สักนิดก่อนคิดแชร์ ขออนุญาตเจ้าของข้อความเสมอก่อนจะส่งต่อข้อความ รูปภาพหรือเอกสารใดๆให้กับคนอื่นๆ เลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของคนอื่น เช่น ถามเพื่อนอย่างเปิดเผยถึงวีรกรรมเมื่อไปเดตล่าสุด ซึ่งอาจทำให้เพื่อน รู้สึกว่าโดนแฉและอับอายได้ โดยเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั่วโลก มองว่าการส่งต่อข้อความของเพื่อนไปให้คนอื่นนั้นเป็นการเสียมารยาท
5.ต้องรู้ว่ากำลังแชตอยู่กับใคร สิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อได้รับคำเชิญเข้าแชตกลุ่ม คือเช็กดูว่ามีใครอยู่ในกลุ่มบ้าง เพื่อจะได้ทราบว่ากลุ่มนี้สนใจบทสนทนาในเรื่องใด หลีกเลี่ยงการเล่นมุกเฉพาะกลุ่ม หรือพูดถึงเรื่องที่คนอื่นไม่เข้าใจ และควรส่งข้อความที่มีความเกี่ยวข้องกับคนส่วนใหญ่อยู่เสมอ หากต้องการพูดคุยกับใครคนใดคนหนึ่ง ควรแชตแยกออกไป โดย 42% ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั่วโลก ชอบกลุ่มแชตที่มีสมาชิกน้อยกว่า 6 คน
6.อย่าปล่อยให้รอเก้อ หากเพื่อนที่อยู่ในกลุ่มแชตส่งข้อความมาแต่ไม่มีใครตอบ ควรรีบตอบกลับ โดยอาจตอบแบบง่ายๆ เช่น กด “ถูกใจ” หรือบอกว่าคุณไม่รู้คำตอบก็ได้ การทำเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นผู้อื่นให้ตอบกลับเช่นกัน แต่หากเป็นคนที่ถูกปล่อยให้รอเก้อเอง ต้องอย่าไปถือสา รอให้ผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้วค่อยติดตามการสนทนาโดยทักด้วยภาษาโทนสบายๆ ว่า “แค่อยากรู้ว่าเป็นยังไงบ้างนะ...” ทั้งนี้ ผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั่วโลกรู้สึกไม่พอใจเป็นที่สุดเมื่อไม่มีใครตอบคำถามหรือตอบรับความคิดเห็น
7.ตอบกลับให้ฉับไว การตอบกลับข้อความในทันทีเป็นวิธีที่สุภาพ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณกำลังยุ่ง ทางที่ดีคืออย่าเพิ่งเปิดอ่าน หรืออีกทางเลือกคือสามารถเปิดการแจ้งเตือนแบบพุช (push) ที่ช่วยให้อ่านข้อความได้ก่อน โดยที่อีกฝ่าย ไม่รู้ว่าอ่านแล้ว และตอบกลับในเวลาที่สะดวก
8. เลิกนิสัยชอบเท หากต้องการหยุดความ สัมพันธ์ ให้ทำอย่างเปิดเผยและนุ่มนวล อธิบายให้กระชับและสุภาพ หากกำลังคบหาหรือรู้จักอีกฝ่ายมาสักพัก ควรโทรศัพท์ไปหรือบอกต่อหน้าเมื่อพบกัน ต่อกรณีนี้ 47% ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามทั่วโลก เคยถูกเทระหว่างการสนทนา และ 39% ยอมรับว่าเคยเทคนอื่นมาแล้ว
9.ฝึกลาให้ถูกธรรมเนียม ก่อนจะออกจากกลุ่มใด ต้องวางแผนให้ดี อธิบายเหตุผลสั้นๆให้ใกล้เคียงกับความจริงที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ต้องเร่งทำงานให้ทันกำหนดส่ง เลยต้องพักมือถือ จากนั้น ก็ออกจากกลุ่มไปเลย ไม่จำเป็นต้องรอคำตอบ แต่หากคิดว่าการออกจากแชตเป็นเรื่องรุนแรงเกินไป แนะนำให้ “ปิดการแจ้งเตือน” การสนทนาแทน
10.ทิ้งท้ายอย่างมีสไตล์ อย่าประเมินค่าของการกล่าวอำลาต่ำไปเด็ดขาด การหายไปจากบทสนทนาเฉยๆอาจสร้างความสับสนให้กับอีกฝ่าย หากจะเปลี่ยนไปทำกิจกรรมอื่น ที่ดีที่สุดคือแจ้งให้อีกฝ่ายทราบ แค่บอกว่า “เดี๋ยวมานะ” ก็ยังดี อย่างไรก็ตาม เกือบครึ่งของผู้ร่วมตอบแบบสอบถามจากทั่วโลกที่มีอายุระหว่าง 45-64 ปี ทิ้งท้ายการสนทนาผ่านข้อความเสมอ ขณะที่มีเพียงหนึ่งในสาม ของผู้คนอายุ 18-24 ปีเท่านั้น ที่รู้สึกว่าต้องกล่าวทิ้งท้าย.

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2563

TOP 5 CASINO IN CAMBODIA คาสิโนเขมร

TOP 5 CASINO IN CAMBODIA

casino poipet

ถ้าพูดถึงคาสิโนที่ติดชายแดนประเทศไทย เหนือ ใต้ ออก ตก ที่มีนักแสวงโชคและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปกันมากที่สุด คงไม่ไม่พ้น คาสิโนปอยเปต แห่งประเทศกัมพูชา ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล น่าท่องเที่ยวมากที่สุดเป็นระดับต้นๆ ในแถบเอเชียเลยก็ว่าได้ เพราะเมืองที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ มีทั้ง สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกเช่น ปราสาทเขาพระวิหาร คาสิโน เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ คอฟฟี่ช็อป แลกเปลี่ยนเงินตรา การรักษาความปลอดภัย ที่จอดรถ บริการรับ-ส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอีกมากมาย ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวและนักแสวงโชค วันนี้เราขอแนะนำ 5 คาสิโนสุดหรูระดับ 5 ดาวในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ที่นักแสวงโชคและนักท่องเที่ยวหลั่งไหลไปกันมากที่สุดว่า มีที่ไหนกันบ้าง

Grand diamond city

GRAND DIAMOND CITY 

1. แกรนด์ไดมอนด์ซิตี้ ด้วยความใหญ่โตอลังกาล ทำให้ความนิยมของที่นี่ เรียกได้ว่าระดับ Top เลย นอกจากคาสิโนจะมากมายแล้วยังมบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ห้องพัก ร้านอาหาร ร้านค้าปลอดภาษี เป็นที่นิยมในหมู่นักแสวงโชค และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีทุกอย่างครบครับและใหญ่ที่สุดในคาสิโนปอยเปต
Holiday Palace

HOLIDAY PALACE 

2. ฮอลิเดย์พาเลซ เป็นคาสิโนแห่งแรกในคาสิโนปอยเปต ที่มีบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ห้องพัก ร้านอาหาร และคาสิโน ฮอลิเดย์ รีสอร์ท ในพื้นที่เดียวกับ ฮอลิเดย์ ปอยเปต ซึ่งเป็นได้รับความนิยมในหมู่นักแสวงโชค ทั้งชาวไทย และต่างชาติ ที่ต้องการความสำราญ
poipet resort

POIPET CASINO RESORT 

3. ปอยเปตรีสอร์ทคาสิโน ก่อนหน้านี้เคยใช้ชื่อว่า จีคลับ GClub ซึ่งจะเป็นชื่อติดหูกันในวงการคาสิโนหรือชื่อเต็มๆคือ Royal Gclub  นอกจากคาสิโนที่เลื่องชื่อแล้วที่นี่ยังมี โรงแรมหรู ระดับ 5 ดาว และยังมองเห็น ทิวทัศน์ชมบรรยากาศในปอยเปต เหมาะกับการพักเป็นครอบครัวอย่างยิ่ง 
Star Vagas

STAR VEGAS CASINO 

4. สตาร์เวกัสคาสิโน ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง ทำให้พื้นที่การให้บริการไม่ว่าจะเป็นคาสิโน และที่พักสุดหรูจึงดูกว้างขวาง และยังมี เอ็นเตอร์เทรนเม้นคอมเพล็กขนาดย่อมๆ ที่มีไว้บริการและรองรับนักแสวงโชค ทำให้เป็นอีกที่ ที่ได้รับความสนใจไม่น้อย 
Princress Crown

PRINCESS CROWN CASINO 

5. ปริ๊นเซสส์คราวน์ คาสิโน ถ้าเปรียบเทียบจากคาสิโนอื่นๆที่ Princess Crown Casino จะได้เปรียบทางด้านราคา แต่มาตรฐานไม่ได้ด้อยจากที่อื่นเลย ซึ่งทำให้หลายๆคนเลือกที่จะใช้บริการที่นี่  นอกจากคาสิโน แล โรงแรม ภายในยังประกอบไปด้วย สปา ร้านอาหาร และร้านปลอดภาษี เรียกได้ว่าครบครันเลยทีเดียว