logo

ณัฏฐ์ โดย Nutt Krait

วันพุธที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เหรียญหลวงพ่อคูณ 9 รุ่นที่นิยมสูงสุด

พระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มรณภาพแล้วอย่างสงบเมื่อเวลา 11.45 น. วานนี้ (16 พ.ค.58) นำมาสู่ความเศร้าโศกเสียใจแก่บรรดาญาติมิตร ลูกศิษย์ และคนไทยทั้งประเทศเป็นอย่างมาก แต่สิ่งที่ยังคงเหลืออยู่และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความสนใจอย่างอุ่นหนาฝาคั่งมากขึ้นทุกขณะ ก็คือ เหรียญหลวงพ่อคูณ!
เหรียญหลวงพ่อคูณ แต่ละรุ่นเป็นที่นิยมของนักสะสมพระเครื่อง โด่งดังมีชื่อไปถึงระดับต่างประเทศ จนกลายเป็นที่ต้องการของลูกศิษย์ลูกหาอย่างมาก ซึ่งบางรุ่นก็มีราคาสูงเหยียบ 8 หลัก โอกาสนี้ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จะพาคุณไปส่องเหรียญหลวงพ่อคูณยอดนิยม 9 รุ่น เน้นๆ เนื้อๆ ไปกับรุ่นที่มีราคาสูงที่สุด และเป็นที่ต้องการของเหล่าสาวกพระเครื่องมากที่สุด ณ เวลานี้
โดยจัดอันดับจากเหล่าเซียนพระเครื่อง 5 ท่าน อย่าง เก้ อมตะ, โจ ตลาดพลู, เสือ ตลาดพลู, มหา แม่กลอง คัดแล้วคัดอีกจากหลายพันรุ่น สู่รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุด 9 อันดับ และมีราคาเช่าสูงที่สุด เริ่มกันที่...!

เก้ อมตะ
ปี 2556 รุ่นคุณพระเทพวิทยาคม

(เรียงจากราคาต่ำที่สุด ไปสูงที่สุด)
อันดับที่ 9 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นคุณพระเทพวิทยาคม ปี 2556
- เหรียญทองแดง (สร้าง 19,999 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณหลักพันบาท
- เหรียญนวโลหะ (สร้าง 2,499 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นบาท
- เหรียญเงิน (สร้าง 999 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณหลักหมื่นบาท
- เหรียญทองคำลงยา (ลงสีที่พระ) (สร้าง 99 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 200,000 บาท
รุ่นคุณพระเทพวิทยาคม ปี 2556 เป็นรุ่นที่สวยที่สุดตั้งแต่หลวงพ่อคูณสร้างขึ้นมา ซึ่งมีเกจิดังทั่วประเทศไทยมาร่วมปลุกเสกในรุ่นนี้ด้วย ถือว่าเป็นพิธีการปลุกเสกที่ดีที่สุด

ปี 2536 รุ่นเพชรน้ำเอก

อันดับที่ 8 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเพชรน้ำเอก ปี 2536
- เหรียญทองแดง ราคาเช่าอยู่ที่หลักร้อยบาท
- เหรียญนวะ ราคาเช่าอยู่ที่หลักพันต้นๆ
- เหรียญเงิน ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 6,000-7,000 บาท
- เหรียญทองคำ ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท
เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเพชรน้ำเอก ปี 2536 ปลุกเสกให้ศิษย์เอกเป็นพิเศษ คือ คุณไสว พราหมณี (อดีตอธิบดีกรมประชาสงเคราะห์) เพื่อหารายได้สร้างอาคารที่พักเด็กพิการ อาคารอเนกประสงค์และจัดซื้อรถพยาบาลให้แก่สถานสงเคราะห์เด็กพิการฯ หลังจากเสร็จพิธีปลุกเสกเหรียญรุ่น เพชรน้ำเอก หลวงพ่อคูณ ได้ใช้เวลาปลุกเสกตั้งแต่เวลา 01.00 น. จนถึงเวลา รุ่งเช้า 07.00 น. ของวันที่ 28 ก.ย.2536 โดยใช้เวลาปลุกเสกต่อเนื่อง ยาวนานถึง 6 ชั่วโมง
หลังจากนั้นหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ ท่านได้ฝากข้อความผ่าน นายเทียน อายะนันทน์ ผู้อำนวยการกองสัมมาอาชีวสงเคราะห์ ในเวลานั้น และนายสมพร อัมพะวะศิริ ผู้ปกครองสถานสงเคราะห์เด็กฯ ใจความว่า มึงกลับไปบอกไอ้ไหว (นายไสว พราหมณี) ด้วยว่า มึงเกิดอีก 7 ชั่วโคตร มึงก็ยังไม่ได้เห็นเหรียญแบบรุ่นเพชรน้ำเอกนี้ ซึ่งท่านหมายความว่า ท่านปลุกเสกให้อย่างดี นานต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมงเต็ม โดยที่หลวงพ่อคูณ ยังไม่เคยปลุกเสกเหรียญรุ่นใด ยาวนานต่อเนื่องเช่นนี้

โจ ตลาดพลู ชอบสะสมเหรียญหลวงพ่อคูณ
ปี 2531 รุ่นธนาคารศรีนคร จาก โจ-เสือ ตลาดพลู

อันดับที่ 7 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นธนาคารศรีนคร ปี 2521
- เหรียญเงินราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท
เหรียญหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ พ.ศ.2521 เป็นเหรียญของหลวงพ่อคูณอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จัดสร้างโดยธนาคารศรีนคร เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสเปิดสำนักงานของธนาคารที่จังหวัดนครราชสีมา ในนามของวัดสระแก้ว อำเภอเมือง นครราชสีมา
จำนวนที่จัดสร้างมีเหรียญเงิน 200 เหรียญ เนื้อนวโลหะ 500 เหรียญ และเหรียญทองแดง 5,000 เหรียญ

เสือ ตลาดพลู ให้ข้อมูลเรื่องพระ
ปี 2536 รุ่นคุณพระเทพประทานพร จาก โจ-เสือ ตลาดพลู

อันดับที่ 6 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นคุณพระเทพประทานพร ปี 2536
- เหรียญทองคำ ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 200,000-300,000 บาท
รุ่นคุณพระเทพประทานพร ดร.พระมหาปรีชา หลานแท้ๆ ของหลวงพ่อคูณ เคยหอบหิ้วกันไปลำบากลำบนที่ประเทศอินเดียกับหลวงพ่อเมื่อหลายสิบปีก่อน ท่านได้ดูแลโรงเรียนพระปริยัติธรรมซึ่งอยู่ในความอุปถัมภ์ของหลวงพ่อคูณอยู่ ซึ่งท่านก็มาเบิกค่าใช้จ่ายต่อหลวงพ่ออยู่เรื่อยๆ แล้ววันหนึ่งหลวงพ่อก็ได้ดำริว่า ให้ท่านสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อขึ้นมา เพื่อเป็นกองทุนไว้ใช้จ่ายในเรื่องของโรงเรียนพระปริยัติธรรมที่ท่านดูแลนี้ขึ้นมา
ดร.พระมหาปรีชา จึงได้ปรึกษากับลูกศิษย์คนสนิทก็คือ คุณโอฬาร อากาศวิภาต ให้ช่วยจัดการดำเนินการให้และได้สร้างเหรียญออกมารุ่นหนึ่ง คือ รุ่นคุณพระเทพพิทักษ์ และออกให้บูชาได้รายได้มาจำนวนเล็กน้อยไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่จะทำให้โรงเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ได้ด้วยตนเอง จึงได้ทำการจัดสร้างขึ้นมาใหม่อีกรุ่นหนึ่ง ซึ่งก็คือรุ่นคุณพระเทพประทานพร ซึ่งคำว่าคุณพระเทพ หมายถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่ท่านเสด็จมายังวัดบ้านไร่ในปีนั้น และในที่สุดรุ่นคุณพระเทพประทานพร ก็สามารถตั้งกองทุนบุญนิธิฯ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไปในด้านโรงเรียนพระปริยัติธรรมได้ต่อไปสมดังเจตนาของหลวงพ่อคูณที่ดำริไว้ทุกประการ



ปี 2517 จาก มหา แม่กลอง

อันดับที่ 5 : เหรียญหลวงพ่อคุณ ปี 2517
- เหรียญทองแดง ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 20,000-30,000 บาท
- เหรียญนวะ ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 150,000-200,000 บาท
เหรียญหลวงพ่อคูณปี 2517 เป็นเหรียญหลักยอดนิยม แต่ด้วยจำนวนสร้างไว้มาก จึงทำให้ราคาค่านิยมไม่แรงเหมือนเหรียญรุ่นสร้างบารมีปี 2519 ที่ท่านสร้างเนื้อทองแดงไว้เพียง 2,519 เหรียญ ตามปี พ.ศ.
ด้านบนเขียนว่า “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” ส่วนด้านล่างเขียนว่า "วัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา”
ด้านหลังบรรจุดวงชะตาของ หลวงพ่อคูณ ล้อมด้วยพระคาถาภาษาขอมว่า “สะนิทัสสะนะ อัปปะฏิคา” “มะอะอุ” เป็นพระคาถามหาอุด หยุดกระสุนปืนไม่ให้ออก หากออกมาจะทำให้ปากกระบอกปืนแตก จึงเชื่อว่า สามารถป้องกันภัยจากปืนได้

ปี 2536 รุ่นเจริญพรบน จาก โจ-เสือ ตลาดพลู

อันดับที่ 4 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเจริญพรบน ปี 2536
- เหรียญเนื้อเงิน ไม่ตัดปีก (โค้ด ๙ เก้าตัว) สร้าง 100 เหรียญ
- เหรียญเนื้อนวโลหะ ไม่ตัดปีก (โค้ด ๙ เก้าตัว) สร้าง 100 เหรียญ
- เหรียญเนื้อทองแดง ไม่ตัดปีก (โค้ด ๙ เก้าตัว) สร้าง 100 เหรียญ
- เหรียญเนื้อเงิน ตอกหมายเลข สร้างจำนวน 999 เหรียญ (เนื้อเงินที่ตอกเลข ๙ สังฆาฏิ มีจำนวนไม่เกิน 50 เหรียญ)
- เหรียญเนื้อนวโลหะ ตอกหมายเลข สร้างจำนวน 999 เหรียญ
- เหรียญเนื้อทองแดง สร้างจำนวน 10,000 เหรียญ
ดังนั้น เนื้อเงินที่ตอกเลข ๙ สังฆาฏิ มีจำนวนไม่เกิน 50 เหรียญ จะมีราคาเช่าอยู่ที่ 300,000 บาทขึ้นไป ส่วนไม่ตอกเลข ๙ สังฆาฏิ มีราคาเช่าอยู่ที่ 250,000-300,000 บาทขึ้นไป
เหรียญเจริญพรบน ด้านหลังมีคำอวยพรว่า “เมตตามหานิยม” ทำให้เหรียญเจริญพรบน ได้รับความนิยมอย่างมาก อีกทั้งยัง เป็นเหรียญที่มีความสวยงามประทับใจมากที่สุดของหลวงพ่อคูณ ทั้งรูปทรงและการแกะพิมพ์ใบหน้าของหลวงพ่อคูณที่ดูสวยงามลงตัวอย่างที่สุด

มหา แม่กลอง เซียนพระที่มาให้ความรู้
ปี2512 มีรุุ่นแรก เฉพาะเนื้อทองแดงเนื้อเดียว จาก มหา แม่กลอง

อันดับที่ 3 : เหรียญหลวงพ่อคุณรุ่นแรก ปี 2512
- ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 400,000-500,000 บาท (หากสภาพดี สมบูรณ์ ราคามีโอากาสเหยียบล้าน)
เหรียญรุ่นแรก ปี พ.ศ. 2512 ออกที่วัดแจ้งนอก เหรียญรุ่นนี้ออกให้ประชาชนทำบุญบูชา เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2512 เป็นที่ระลึกงานฉลองพระประธาน วัดแจ้งนอก จ.นครราชสีมา จำนวนสร้าง 10,000 เหรียญ แม้หรียญหลวงพ่อคูณรุ่นแรก วัดแจ้งนอก จะออกไม่ตรงวัด แต่หลวงพ่อคูณ เมตตาปลุกเสกให้อย่างสมบูรณ์
โดยพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย ซึ่งถือว่ารุ่น 1 ทำให้ท่านเริ่มเป็นที่รู้จักของประชาชน จากเหตุการณ์ที่จ่าอากาศสังกัดกองบิน 3 จังหวัดนครราชสีมา ถูกพวกไม่หวังดียิงที่ อ.ท่าลาน ถามแล้วได้ความว่าจ่าอากาศท่านนี้มีตะกรุดทองคำและเหรียญหลวงพ่อคูณ

ในช่วง พ.ศ. 2512 นั้น การทำสงครามกับคอมมิวนิสต์มิใช่มีแต่เมืองไทย หากแต่มีทั่วอินโดจีน โดยมีสหรัฐอเมริกามาตั้งฐานทัพที่อุดร ตาคลี ทหารอเมริกันที่ประจำหน่วยรบ ส่วนมากมีเมียเช่าที่เป็นคนไทย ทำให้ทหารตาน้ำข้าวรู้จักเหรียญหลวงพ่อคูณและนำติดตัวเวลาออกรบ

ปี 2537 รุ่นนั่งพานชนะมาร จาก โจ-เสือ ตลาดพลู

อันดับที่ 2 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นนั่งพานชนะมาร ปี 2537
- เหรียญทองแดง (สร้าง 20,000 เหรียญ) ทองเหลือง (10,000 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท
- เหรียญนวะ (สร้าง 5,000 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 25,000-30,000 บาท
- เหรียญเงิน (สร้าง 2,500 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 80,000-90,000 บาท
- เหรียญทองคำ (สร้าง 199 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 800,000-1,000,000 บาท
รุ่นนั่งพานชนะมาร ปี 2537 เป็นเหรียญนั่งพานที่สวยที่สุด ของหลวงพ่อคูณ และเหรียญทุกเหรียญมีการตอกโค้ดและรันนัมเบอร์ทุกเหรียญ เหล่าพ่อค้าแม่ขาย มักนิยมเช่าบูชา
การออกแบบเหรียญรุ่นนี้เป็นการผสมกันระหว่างเหรียญนั่งพานของหลวงปู่ทิมวัด ละหารไร่ จ.ระยอง ซึ่งเป็นเจ้าตำรับของเหรียญนั่งพาน บวกกับเหรียญสร้างบารมีปี 19 ที่แสนโด่งดังของหลวงพ่อคูณ กลายมาเป็นเหรียญนั่งพานชนะมาร

เซียนพระ ส่องอย่างพิถีพิถัน
ปี 2519 รุ่นสร้างบารมี เนื้อทองแดง จาก มหา แม่กลอง

อันดับที่ 1 : เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519
- เหรียญทองแดง (สร้าง 2,519 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 300,000-500,000 บาท
- เหรียญนวะ (สร้าง 999 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 600,000-800,000 บาท
- เหรียญเงิน (สร้าง 199 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 1,000,000-2,000,000 บาท
- เหรียญทองคำ (สร้าง 19 เหรียญ) ราคาเช่าอยู่ที่ประมาณ 5,000,000-10,000,000 บาท
สาเหตุที่รุ่นสร้างบารมี ปี 2519 มีราคาสูงกว่า เหรียญหลวงพ่อคุณรุ่นแรก ปี 2512 ทั้งๆ ที่สร้างออกมาภายหลังนั้น มีเหตุผลมาจาก เหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี 2519 ถูกจัดทำขึ้นที่วัดบ้านไร่เป็นครั้งแรก ประกอบกับมีรูปแบบสวยงาม แกะพิมพ์ได้เหมือนองค์จริงของหลวงพ่อคูณ และประณีตมากกว่ารุ่นแรก ถือว่าเป็นรุ่นที่นิยมสุดรุ่นหนึ่ง เนื่องจากเป็นรุ่นเก่าแก่ และจำนวนการสร้างไม่มากนัก
“วัตถุมงคลของกู เน้นไปทางคลาดแคล้ว และปลอดภัยก็พอแล้ว แต่ไอ้คนที่เอาของกูไปใช้ ถ้ามันประพฤติปฏิบัติตัวไม่ดี คุณพระก็ไม่คุ้มครองด๊อก...” หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ สอนศิษย์

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ไชยา สะสมทรัพย์ พระเครื่อง-ปืนทองคำ-เรือยอร์ช-รถยนต์หรู ฮือฮา สมเด็จวัดระฆัง 24 ล้าน สมบัตินักการเมือง!

พระเครื่อง-ปืน-เรือยอร์ช′ สุดหรู ฮือฮา สมเด็จวัดระฆัง 24 ล้าน สมบัตินักการเมือง!

Prev
1 of 1
Next
คลิกภาพเพื่อขยาย

เชื่อหรือไม่? นอกจากที่ดิน และ เงินฝาก "ของเล่น" หรือ "ของสะสม" ที่นักการเมืองแทบทุกระดับแสวงหาไว้ครอบครองมีหลายชนิด ยอดนิยมสุดเห็นจะเป็น พระเครื่อง โดยเฉพาะ"ชุดเบญจภาคี" ใครมีไว้บูชาถือว่าเป็นมงคลสุดแก่ชีวิต รองๆลงไป ได้แก่ อาวุธปืน ภาพเขียน นาฬิกา งาช้าง และ เรือยอร์ช "ติดลบ " จะจาระนัยให้เห็นดังนี้
 ....ยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐมนตรีที่มีพระเครื่องราคาแพงสุดคือ เสี่ยหนู-นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีต รมช.สาธารณสุข มี 15 องค์ ราคา 56.8 ล้านบาท

       ยุครัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์  มีพระรุ่นดังอย่างน้อย 2 คือ นายอภัย จันทนจุลกะ รมว.แรงงาน  และ นายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม รมช.คมนาคม โดยเฉพาะรายหลังมีพระเครื่อง พระบูชา มูลค่า 17 ล้านบาท 

       ขณะที่นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ แม้ไม่มีพระเครื่อง แต่มีพระพุทธรูป 14 องค์ 
        ครม.ยุคนายสมัคร สุนทรเวช  รัฐมนตรี 12 คนที่สะสมพระเครื่อง ได้แก่
        นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกฯ  พระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ มูลค่า10 ล้านบาท และเครื่องลายครามจำนวนมาก
        นายสุธา ชันแสง รมว.พัฒนาสังคมฯ มีพระสมเด็จบางขุนพรหม (ฐานคู่) 1 องค์ราคา 1 ล้านบาท  พระเครื่องหลวงปู่ภูพิมพ์แซยิดและพิมพ์ 7 ชั้นอย่างละ 1 องค์
        นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรฯมี 3 องค์ 2 ล้านบาท
        นายอนุรักษ์ จุรีมาศ  รมช.คมนาคม  3 องค์ 2 แสนบาท
        นายมั่น พัธโนทัย รมว.ไอซีที 5 องค์ 5 แสนบาท
        นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภหลังบ้านพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ รมว.พลังงาน แขวนพระสมเด็จจิตรลดา 1 องค์ 5 แสนบาท
         นายสิทธิชัย โควสุรัตน์  รมช.มหาดไทย 1 องค์ 
         นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ  รมว.วัฒนธรรม  35 องค์ พระพุทธรูปบูชา 66 องค์
          นายบุญลือ ประเสริฐโสภา รมช.ศึกษาฯ  3 องค์ 
         นายพงศ์กร อรรณพพร รมช.ศึกษาฯ มีทั้งพระเครื่องและพระบูชา
         นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์  พระเนื้อชินและอื่นรวม 7 องค์ ไม่นับพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย สมัยอู่ทอง อีก 5 องค์ ,
         นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ 14 องค์

         ขณะที่นายจักรภพ เพ็ญแข  รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ไม่ชอบพระ แต่ สะสมนาฬิกาโบราณอายุ 120 ปีจากอังกฤษ  2 เรือนมูลค่าเกือบ 1 ล้าน  เช่นเดียวกับ เสี่ยไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุขซึ่งถูกพิษหุ้นเกิน 5%  แจ้ง ป.ป.ช.ว่าไม่มีพระห้อยคอสักองค์

    @ จาก สมชาย ถึง อภิสิทธิ์ ล้วนเซียนพระเครื่อง        ครม.ยุครัฐบาลสมชาย วงศ์สวัสดิ์  มีรัฐมนตรี 6 คน สะสมพระเครื่อง ได้แก่
        พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ มท.1 มีทั้งพระสมเด็จ พระสมเด็จจิตรลดา พระเบญจภาคี พระเปิม พระพุทธชินราชใบเสมา หลวงปู่ทวด พระพุกามมูลค่านับล้านบาท

        พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ รองนายกฯ มีพระเครื่อง พระบูชา 11 องค์ มูลค่า 5 ล้านบาท
        นายอุดมเดช รัตนเสถียร รมว.พัฒนาสังคมฯ มี 28 องค์ มูลค่า 1 ล้านบาท
        นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมช.มหาดไทย มีพระเลี่ยมทอง 2 องค์
        นายศรีเมือง เจริญศิริ รมว.ศึกษาฯมีพระสมเด็จ 2 องค์ 4 ล้านบาท
        และ นายวิชาญ  มีนชัยนันท์ รมช.สาธารณสุข มีสร้อยพร้อมพระ 1 ล้านบาท
        ครม.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนที่มีมากสุด คือนายมานิต นพอมรบดี มีพระพุทธรูป พระเครื่อง พระกิ่ง เหรียญหลวงพ่อต่างๆ 101 องค์  อาทิ

        พระซุ้มกอ ,พระปิดตา, พระพุทธโสธรทองคำ พระชินราชเนื้อผง พระชัยหลังช้าง หลวงพ่อปากน้ำรุ่น 1 หลวงพ่อเนื่องเลี่ยมทอง  เหรียญหลวงปู่จันบ้านยางนครปฐม เหรียญหลวงปู่ดุลย์วัดบูรพาราม เหรียญหลวงพ่อเปลี่ยน มเหศวรพิมพ์เขียว, หลวงพ่อทาวัดพะเนียงแตก เหรียญหลวงปู่บุญวัดวังมะนาว เหรียญหลวงพ่อชุ่มวัดวังมะเดื่อ หลวงพ่อคงวัดบางกระพ้อม หลวงพ่อแดง วัดทำนบ หลวงพ่อแทนวัดธรรมเสนเนื้อผงใบลาน หลวงพ่อเม้ย วัดลาดเมธังกร  หลวงพ่อเนื่องวัดจุฬามณี สมุทรสงคราม   หลวงพ่อเจริญวัดไผ่ล้อม ราชบุรี หลวงปู่ม่วงวัดคุ้งกระถิน ราชบุรี 

       จตุคามรามเทพ จำนวน 115 องค์ แบ่งเป็น ปี 2530 จำนวน  7  องค์  ,จตุคามฯปี 2545 จำนวน 12 องค์  ,จตุคามฯ ปี 2547 จำนวน 75  องค์ , จตุคามฯปี 2549 จำนวน 20 องค์ ,จตุคามฯปี 2550 จำนวน 1 องค์  และสร้อยลูกปัดโบราณ จำนวน 22 เส้น

       รองลงมานายวิทยา แก้วภราดัย รมว.สาธารณสุข มีพระเครื่อง วัตถุมงคล พระคล้องคอ พร้อมตลับทองคำ รวม 34 องค์ มูลค่า 1 ล้านบาท และปืน 2 กระบอก
      เจ้าของพระราคาแพงสุดคือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกฯ   12 องค์ พร้อมสร้อยทอง 4 เส้น 10 ล้านบาท 
      นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ    10 องค์ พร้อมสร้อยทองคำ 1 เส้น 2 แสนบาท
       เสี่ยประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์  รมช.คลัง  1 องค์  พระพุทธรูปบูชา 11 องค์ เทวรูป ฮก ลก ซิ่ว 3 องค์ เทวรูปโบราณ 2 องค์  เทวรูปเจ้าแม่กวนอิม 1 ชุด   แถมงาช้าง 3 คู่  
       นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร รมช.คมนาคม แขวนหลวงพ่อปานเลี่ยมทอง 1 องค์ เหรียญสมเด็จพระสังฆราช 1 องค์ และเหรียญพระเครื่องชนิดอื่น 4 องค์ 

       ทายาท"โพไซดอน"นางพรทิวา นาคาศัย  รมว.พาณิชย์ มีเครื่องประดับ 31.6 ล้าน และพระมรกตฝังเพชร 1 องค์  1.3 ล้าน
       นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล มท.1 นอกจากนาฬิกา 6 เรือน 2.1 ล้าน ยังมีพระเครื่อง 2 องค์เกือบ 2 ล้าน
       แม้นว่านายอลงกรณ์ พลบุตร  รมช.พาณิชย์ ไม่มี แต่นางคมคายหลังบ้านมีพระเลี่ยมทอง 26 องค์  นายไพฑูรย์ แก้วทอง นางอัจฉราภรณ์ ภรรยา มีถึง 37 องค์ รวมมูลค่า 1.8 ล้านบาท
      ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ  มีพระสมเด็จ 1 องค์ มูลค่า 10 ล้านบาท  พระพุทธรูปยืน 2 องค์ 2 ล้านบาท พระพุทธรูปนั่ง 1 องค์ พระเครื่องเลี่ยมทอง 2 องค์

     @ เปิดกรุของสะสม ส.ส. คนดัง
      นายอัศวิน วิภูศิริ  ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคชาติไทย พระสมเด็จวัดระฆัง 1 องค์ มูลค่า 2 ล้านบาท ,หลวงพ่อเงิน วัดบางเลน 1 องค์  1.5 ล้านบาท  ,พระเจ้าสัวหลวงปู่บุญวัดกลางบางแก้ว 49 องค์ และอื่นๆ รวม 65 องค์
     นางปารีณา ปาจรียางกูร  ส.ส.ราชบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา   นายอุปกิต ปาจรียางกูร  สามีเจ้าของรีสอร์ทในท่าขี้เหล็กประเทศพม่า  สะสมพระเครื่องและพระชนิดต่าง ๆ รวม 17 องค์   มูลค่าสูงสุด คือ สมเด็จวัดระฆังทอง  พิมพ์ใหญ่  มูลค่า 24 ล้านบาท  และ พระรอดพิมพ์ใหญ่  2.5 ล้านบาท

    @ ฯพณฯ  สภาสูง ก็ใช่เล่น      มากสุดคือ นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี เจ้าของร่มและมุ้งตระแกะ มีพระเครื่อง 4,263 องค์  อาทิ  พระสมเด็จบางขุนพรหม 3 องค์   ,พระสมเด็จวัดเกษไชโยพิมพ์นิยม 3 องค์ , พระสมเด็จวัดเกษไชโย 3 องค์ พระสมเด็จวัดพลับ 2 องค์  ,พระหลวงปู่ปั้นวัดสะพานสูง 8 องค์  ,พระวัดสะพานสูง 5 องค์  ,พระหลวงพ่อจง หลวงพ่อพรหม หลวงปู่ทิม 14 องค์   ,พระหลวงปู่โต๊ะเลี่ยมทอง 4 องค์  ,พระสมเด็จอรหันต์ พระคงเนื้อดำ หลวงปู่ทวด หลวงพ่อทา หลวงพ่อโสธร หลวงปู่โต๊ะตลับทอง 7 องค์ ,มีดหมอหลวงพ่อเดิม 3 องค์ ,    พระเนื้อดิน กำแพงเพชร 20 องค์ ,พระกลีบบัว วัดลิงขบ 26 องค์ ,พระหลวงพ่อโต วัดบางกระทิง 17 องค์ ,พระพลายคู่ กรุบ้านกร่าง 6 องค์ ,พระเนื้อดิน ลพบุรี, สุโขทัย  8 องค์ ,พระหลวงปู่โต๊ะ 18 องค์ ,เหรียญหลวงปู่ทิม 7 องค์ ,พระหลวงพ่อพรหม 16 องค์ ,.พระชุดยอดขุนพล 10 องค์ ,พระวัดปราสาทบุญญาวาส 18 องค์ ,พระหลวงปู่ทวด วัดปราสาทบุญญาวาส 23 องค์ ,

      ราคามากที่สุด คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม และ พระสมเด็จวัดเกษไชโยพิมพ์นิยม  องค์ละ 1 ล้านบาท   นอกจากนี้มีพระบูชา วัดต่างๆ (พระใหม่)  100 องค์  และ พระบูชาต่างๆ (พระเก่า) อีก 120 องค์  
      นายวิทวัส  บุญญสถิตย์  ส.ว.สรรหา ภาควิชาการ  สะสมพระเครื่องรุ่นดัง 13 องค์   ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม  ,พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่, หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ เนื้ออาปาก้า ,พระผงสุพรรณ ,หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ,หลวงปู่สุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ,หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง ,หลวงพ่อทวด ฐานดอกเลข ,พระกิ่งสังฆราชแพ 2479 ,พระสมเด็จจิตรลดา ,พระลีลาพลูจีบ กำแพงเพชร ,พระลีลาเม็ดขนุน กำแพงเพชร และพระนางพญาพิษณุโลก 
      พระเครื่องที่มีมูลค่าสูงสุด ได้แก่ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ฐานแซม  และ พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ องค์ละ 2.2 ล้านบาท และ 2.5 ล้านบาท ตามลำดับ

       นายถาวร ลีนุตพงษ์ แห่งยนตรกิจกรุ๊ป  มีเครื่องเพชรและของมีค่าถึง 231 รายการ  ที่น่าสนใจนอกจาก ทองคำ  มรกต พระเครื่อง เครื่องเพชร ยังมีเตียงจีนโบราณ 100 ปี ปลายราชวงศ์ชิง  ,เชี่ยนหมากสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น 4 ฤดู ฝีมือช่างเซียงไฮ้ 14 ชิ้น ,ชุดเชียนหมากเงิน, จานโบราณ ,ตู้โบราณ  , บ้าน  log wood สำเร็จรูจากนอร์เวย์ ,โถเบญจรงค์, กระเป๋าเงินโบราณ, เจ้าแม่กวนอิมหยกขาว  และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก  

      จัดเป็นสมาชิกวุฒิสภาที่มีของสะสมมากที่สุด
      นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี 118 องค์แค่ 123.5 ล้าน
       นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธาน ส.ว. ห้อยตะกรุด 2 ดอก พระเลี่ยมทอง 74 องค์  ,นายอนุรักษ์ นิยมเวช  พระเครื่องและพระบูชา 39 องค์ 11.5 ล้าน  ,นายประเสริฐ ประคุณศึกษาภัณฑ์ ส.ว.ขอนแก่น  7 องค์ 2.9 ล้าน
       นายโชติรัส ชวนิชย์  ส.ว.สรรหา มีพระสมเด็จจิตรลดา 1 องค์  ,พระทับทิม 1 องค์  ,พระปิดตางาช้าง  1 องค์

      @ นักสะสมปืน ตัวจริง         นายสิทธิชัย โภไคยอุดม อดีตรมว.ไอซีที ยุครัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ ได้ชื่อว่าเป็นนักเล่นปืนตัวยง  สะสมปืนมากสุดถึง 320 กระบอก  พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 19 กระบอก    เสี่ยสิทธิชัย โควสวุรัตน์ มท.3  9 กระบอก   นักการเมืองคนอื่น  อาทิ 

         นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร อดีตรมช.เกษตรฯยุคสมัครมี 18 กระบอก ,  นายไพบูลย์ ซำศิริพงษ์ ส.ว.ปทุมธานี   42 กระบอก  ,นายภูมิ สาระผล  ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย  9 กระบอก  , นายมานะ โลหะวณิชย์  ส.ส.ชัยภูมิ   4 กระบอก , นายสุรสิทธิ์ เจียมวิจักษณ์   3 กระบอก , นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล  5 กระบอก  ,นายรัฐกร เจนกิจณรงค์  8 กระบอก ,นายอนุชา สะสมทรัพย์   13 กระบอก ,นายสัญชัย วงษ์สุนทร    9 กระบอก ,นายสุรเชษฐ์ ชัยโกศล  2 กระบอก, นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล 4 กระบอก, นายณรงค์กร ชวาลสันติ เพชรบูรณ์ 3 กระบอก ,นายเอี่ยม ทองใจสด  15 กระบอก, นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล  จ.แพร่ 1 กระบอก ,นายสุรจิตร ยนตร์ตระกูล  4 กระบอก ,นายซูการ์โน มะทา  3 กระบอก ,นายอำนวย คลังผา  11 กระบอก ,นายสงวน พงษ์มณี  1 กระบอก ,นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ (บ้านเลขที่ 109)   9 กระบอก ,นายธเนศ เครือรัตน์   17 กระบอก  ,นายประชา ประสพดี  7 กระบอก ,นายธีระทัศน์  เตียวเจริญโสภา 5 กระบอก ,นายกนก ลิ้มตระกูล อุตรดิตถ์ 2 กระบอก   ,พล.ต.อ.วิรุฬ ฟื้นแสน   2 กระบอก  ,นายพฤฒิชัย วิริยะโรจน์   1 กระบอก  ,นายเอี่ยม ทองใจสด   15 กระบอก ,นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์    5 กระบอก ,นายนิคม เชาว์กิตติโสภณ   7 กระบอก , นางจิตรวรรณ หวังศุภกิจโกศล   7 กระบอก , นายประนอม โพธิ์คำ 3 กระบอก  ,นายไชยยศ จิรเมธากร  25 กระบอก , นายสุชาติ ตันติวณิชชานนท์   3 กระบอก ,  พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก  3 กระบอก  นายปุระพัฒน์ วิเศษจินดาวัฒนา  1 กระบอก  , นายอุดร ทองประเสริฐ 1 กระบอก  , นายกอร์ปศักดิ์  สภาวสุ  4 กระบอก
         
    @    รถยนต์ หรู  ส่วนตัว ผู้ยิ่งใหญ่
       รัฐมนตรีที่ครอบครองมากที่สุดคือ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์  18 คันมูลค่า 8.9 ล้าน ,  นายธีระชัย แสนแก้ว อดีตรมช.เกษตรฯ 12 คัน , นายพงศกร อรรณนพพร อดีตรมช.ศึกษาธิการ และคู่สมรส มี 11 คัน  , นายทรงศักดิ์ ทองศรี อดีต รมช.คมนาคม  8 คัน มูลค่า 6.7 ล้าน , นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.วัฒนธรรม และคู่สมรส   6 คัน ไม่รวมรถโบราณ อีก 3 คัน  , นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรฯ และคู่สมรส  6 คัน , นายอนุรักษ์ จุรีมาศ อดีต รมช.คมนาคม  6 คัน ,  พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ 6 คัน  , นายสุพล ฟองงาม  อดีตรมช.มหาดไทย 5 คัน , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง อดีตรมว.มหาดไทย 4 คัน มูลค่า  13.9 ล้าน , นายสุธา ชันแสง อดีตรมว.การพัฒนาสังคมฯ 4 คัน  ,นายบุญลือ ประเสริฐโสภา อดีตรมช.ศึกษาธิการ 3 คัน ,พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ อดีตรมว.พลังงาน และซึ่งสามีชอบสะสมรถยนต์เป็นชีวิตจิตใจ แต่แจ้ง ป.ป.ช.แค่ 3 คัน
       
     @  นาฬิกา แบรนด์ดังระดับโลก
      พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานได้ชื่อว่าสะสมนาฬิการาคาแพงมากสุดประมาณ 40 เรือน  ,นายวีระชัย วีระเมธีกุล  5 เรือน ไม่มากแค่ 12.7 ล้านบาท ,นายสุวิทย์ คุณกิตติ และภรรยา 10 เรือน  นายกรณ์ จาติกวณิช มีราคาแพงระยับหลายเรือน
      นอกจากแหวนทองเหลือง ของยายเนียม และนายเหม็ง  นายกฯมาร์คไม่มีหลวงพ่อห้อยคอสักองค์ แต่มีนาฬิกาหรูเรือนละ 2 แสนบาท 1 เรือน และ 3 หมื่นอีก 1 เรือน

      @ ศิลปะ ภาพวาด-ภาพเขียน
     นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม มีภาพวาด เครื่องเรือนโบราณ ของประดับตกแต่งบ้าน นาฬิกาสะสม และเก้าอี้นักบิน มูลค่า 73.5 ล้านบาท  ,ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร  สะสมรูปภาพประดับผนัง 39 ภาพ มูลค่า 4.9 ล้านบาท  ,นายอนุรักษ์ นิยมเวช  ส.ว. สรรหาเจ้าของบริษัท กฎหมายธุรกิจ อนุรักษ์ จำกัด  สะสม ภาพเขียนสีน้ำมัน สีน้ำและภาพถ่าย 44 ภาพ มูลค่า 13.9 ล้านบาท  ,นายอนุทิน ชาญวีรกูล 41 ภาพ แค่ 40 ล้าน   และ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง  ภาพเขียนศิลปินดัง 4 ภาพ  มูลค่าสูงสุดของอ.ทวี นันทขว้าง 1 ล้านบาท

      @ งาช้างและ เรือยอร์ช       นอกจากนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม ซึ่งมีข่าวรับงาช้าง (แต่ไม่แจ้ง ป.ป.ช.) แล้วนักการเมืองรสนิยมเดียวกัน คือ พล.ต.สนั่น  สะสม งาช้าง 3 คู่ , เสี่ยประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์  3 คู่  มนายอนุชา สะสมทรัพย์ ส.ส.นครปฐม  2 คู่  และ นายกิตติศักดิ์ รุ่งธนเกียรติ  ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย 2 คู่ 

   นักการเมืองที่มีเรือยอร์ชคือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ถุงเงินพรรคภูมิใจไทย จำนวน 3 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท แพงสุดชื่อ เรือนัยน์ภัค 3  มูลค่า 28.4 ล้าน  ประชาธิปัตย์ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์  รองผู้ว่าฯกทม.  และ นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์ อดีตขุนคลัง ก็มีอยู่ด้วย นอกจากนี้นายปองพล อดิเรก ก็เคยแจ้ง ป.ป.ช.ว่ามี 2-3 ลำ แต่ขายไปแล้ว 
      ทั้งหมดนี้คือของสะสมของนักการเมืองที่หลายคนอาจอิจฉา? 

วันอังคารที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2558

blacklist ติดแบล็กลิส 10 ข้อ ต่อไปนี้จะไขข้อข้องใจ

เครดิตบูโร เปรียบเสมือน “ถังข้อมูลพฤติกรรมหนี้” ที่ใหญ่ที่สุดของระบบการเงินไทย และอีกนัยหนึ่งก็ยังเป็น “สัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจ”...หากเพราะ เครดิตบูโร สามารถนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ระบบการเงิน รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการอ่านสัญญาณเศรษฐกิจของสถาบันต่างๆ เพื่อป้องกันการเกิดความล่มสลายได้อีกด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา เครดิตบูโร ได้ตกเป็นที่สนใจของคนในสังคมอีกครั้ง หลังจากมีกระแสข่าวยืนยันแน่ชัดแล้วว่า จะมีการล้างประวัติลูกหนี้แบล็กลิสต์ 600,000 ราย ที่เคยค้างชำระหนี้เกิน 90 วัน กระนั้น ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้รวบรวม 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโรมาไว้ที่นี่แล้ว ฉะนั้น หากคุณคิดจะทำบัตรเครดิต ซื้อบ้าน ออกรถ ขอสินเชื่อ ทำบัตรกดเงินสด...เราว่าคุณควรอ่าน 10 ข้อดังต่อไปนี้ให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อน
สางหนี้ก่อนทำบัตรเครดิต
1. What’s เครดิตบูโร ?
บริษัทที่ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเครดิตจากสถาบันการเงินหลายๆ แห่งที่เป็นสมาชิก โดยนำมารวบรวมประมวลผลเป็นข้อมูลเครดิตในภาพรวมของเจ้าของข้อมูลแต่ละราย และเมื่อสถาบันการเงินหรือลูกค้าเจ้าของข้อมูลต้องการเรียกดูรายงานข้อมูลเครดิตภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บริษัทข้อมูลเครดิต ก็จะเปิดเผยข้อมูลเครดิตนั้นในรูปของรายงานข้อมูลเครดิต
2. ค้างชำระค่าโทรศัพท์ จะติดเครดิตบูโร หรือขอสินเชื่อยากขึ้นหรือไม่ ?
เครดิตบูโรไม่มีการจัดเก็บข้อมูลการชำระ หรือค้างชำระเกี่ยวกับสาธารณูปโภคทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์ รายการบัญชีเงินฝาก ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า หรือข้อมูลทรัพย์สินเงินฝากแต่อย่างใด เพราะกฎหมายไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดเก็บ ใครฝ่าฝืนจะมีโทษในทางอาญา และปัจจุบันยังไม่มีการนำส่งข้อมูลจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเข้ามาในระบบข้อมูลเครดิตอีกด้วย
ค้างชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ไม่ถูกนำมาเป็นประวัติเสีย
3. เหตุใด ไฉนกันคุณจึงถูกปฏิเสธขอสินเช่ือ ?
การพิจารณาวิเคราะห์สินเชื่อ หรือออกบัตรเครดิตให้กับผู้ที่มาขอสินเชื่อนั้น สถาบันการเงินจะนำข้อมูลนี้ไปพิจารณารวมกับข้อมูลที่แสดงความสามารถในการทำรายได้ เช่น เงินเดือน อาชีพ ภาระในครอบครัว เป็นต้น ดังนั้น การพิจารณาให้-ไม่ให้ หรืออนุมัติ-ไม่อนุมัติ เป็นสิทธิและเป็นอำนาจของสถาบันการเงิน เครดิตบูโรไม่มีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ
4. คุณจะรู้ได้อย่างไรว่า เหตุที่สถาบันการเงินไม่อนุมัติสินเชื่อ...คุณทำผิดอะไร ?
ตามกฎหมาย หากสถาบันการเงินปฏิเสธการให้สินเชื่อแก่คุณ เพราะได้รับรู้ข้อมูลเครดิตของคุณไป สถาบันการเงินนั้นๆ ต้องแสดงเหตุผลและแจ้งให้ท่านทราบเป็นหนังสือ โดยคุณสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมที่ศูนย์ตรวจสอบเครดิตบูโร ภายในสามสิบวันนับจากวันที่ได้รับคำปฏิเสธการขอสินเชื่อ
ประวัติดีงาม อนุมัติเร็วไว
5. ข้อมูลในเครดิตบูโรจะอัพเดตทุกๆ กี่เดือน กี่ปี ? 
กฎหมายกำหนดไว้ว่า ข้อมูลของบุคคลธรรมดาและข้อมูลของนิติบุคคลให้เก็บไว้ในระบบประมวลผลได้ไม่เกิน 3 ปี และ 5 ปีตามลำดับ นับตั้งแต่สถาบันการเงินรายงานข้อมูลมายังบริษัท โดยที่จะมีข้อมูลใหม่เข้าไปแทนที่ข้อมูลเก่าเรื่อยไป ส่วนการอัพเดตข้อมูลนั้น สถาบันการเงินจะรายงานประวัติการชำระของคุณเข้ามาที่บริษัทฯ ทุกๆ สิ้นเดือน
6. อุ๊บส์! ติด BLACKLIST คืออะไร ?
ระบบเครดิตบูโร จะไม่มีคำว่า “Blacklist” หรือแม้กระทั่งคำว่า “ติดเครดิตบูโร” ซึ่งคำดังกล่าว เป็นภาษาพูดที่ใช้กันจนชินปาก เช่น พวกรับจ้างทวงหนี้ หรือเจ้าหน้าที่สินเชื่อที่ปฏิเสธไม่ให้สินเชื่อคุณ มักชอบอ้างใช้คำนี้ ซึ่งคำว่า Blacklist ก็คือการที่เราไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนด และทำให้ไม่สามารถยื่นขอที่ใดๆ ได้อีก หากไม่ชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นเสียก่อน
ขณะเดียวกัน บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จะเก็บข้อมูลไว้ในระบบ 3 ปี หลังจากนั้นคุณสามารถขอสินเชื่อใหม่ได้ แต่ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสถาบันการเงิน ฉะนั้น คำตอบที่ดีที่สุดของปัญหานี้คือ ใช้หนี้ให้หมดและสร้างความมั่นคงการเงินใหม่ คุณจะมีรายงานข้อมูลเครดิตที่ดี และสามารถทำธุรกรรมต่อได้อย่างปกติ
สถาบันการเงิน รายงานประวัติของคุณเข้ามาที่บริษัทฯ ทุกๆ สิ้นเดือน
7. ราชกิจจานุเบกษาประกาศล้างประวัติลูกหนี้ 6 แสนราย...ใครบ้างหนอได้รับโอกาส ?
ลูกหนี้รายย่อยประมาณ 6 แสนรายที่โชว์ประวัติการค้างชำระหนี้เกิน 90 วันอยู่ในฐานข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติครบ 8 ปี จะถูกลบประวัติการค้างหนี้ออกจากระบบ จึงทำให้มีโอกาสยื่นขอสินเชื่อในระบบธนาคารพาณิชย์ได้อีกครั้ง ส่วนยอดหนี้ยังคงเดิม ไม่มีการลบทิ้งหรือล้างข้อมูลออกไปแต่อย่างใด
ส่วนใหญ่จะเป็นลูกหนี้ที่ค้างมาตั้งแต่ปี 2541 โดย 95% เป็นรายย่อย และอีก 5% เป็นนิติบุคคล ซึ่งมียอดหนี้ไม่สูง และธนาคารพาณิชย์ไม่ฟ้อง เนื่องจากไม่คุ้มค่ากับการดำเนินการฟ้องร้อง
8. เอ๊ะ! ประวัติเครดิตบูโร เราเป็นอย่างไรบ้าง ต้องเช็กทางไหน ?
- บุคคลธรรมดา สามารถตรวจเครดิตบูโรได้ที่
1. ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ สาขาสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง สาขาอาคารกลาสเฮ้าส์ ปากซอยสุขุมวิท 25 และสาขาห้างเจ-เวนิว (นวนคร) รับรายงานได้เลยภายใน 15 นาที
2. ยื่นคำขอผ่านเคาน์เตอร์ ธนาคารธนชาต ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ และธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้ทุกสาขา บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน
3. ยื่นคำขอผ่านตู้เบิกเงินสด (ATM) ธนาคารกรุงไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน
เช็กเครดิตบูโรได้ง่ายๆด้วยตัวเราเอง
4. ยื่นคำขอผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Banking) ของธนาคารกรุงไทย และธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน
5. ยื่นคำขอผ่านช่องทางออนไลน์ (Internet Banking) ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน
- นิติบุคคล สามารถตรวจสอบเครดิตบูโร ได้ที่
ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร สาขาธนาคารอาคารสงเคราะห์ สำนักงานใหญ่ รับรายงานภายใน 15 นาที และผ่านทางไปรษณีย์ บริษัทฯ จะจัดส่งรายงานผ่านทางไปรษณีย์ แบบลงทะเบียนภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทฯ ได้รับเอกสารครบถ้วน
9. ทำไมข้อมูลเครดิตของคุณถูกส่งมาให้บริษัทข้อมูลเครดิต ทั้งที่คุณไม่เคยอนุญาต ?
ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ.2545 บัญญัติให้สถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องนำส่งข้อมูลของลูกค้าของตนแก่บริษัทข้อมูลเครดิตที่ตนเป็นสมาชิก แต่เมื่อได้นำส่งในครั้งแรกแล้ว สถาบันการเงินนั้นต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นำส่งข้อมูล แต่ไม่ต้องขออนุญาตจากลูกค้า นอกจากนั้น สถาบันการเงินสมาชิกอาจต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบในกรณีอื่นๆ
10. ทำอย่างไรให้เครดิตแจ่ม รักษาประวัติหรู ?
- ไม่ควรมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายต่อเดือนสูงเกินไป จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและชำระหนี้
- ควรมีบัตรเครดิตเท่าที่เพียงพอต่อความจำเป็น และควรปิดบัญชีบัตรเครดิตที่ไม่ใช้แล้ว เพราะหากมีมาก แนวโน้มการก่อหนี้ก็จะมีมากขึ้น
- ควรชำระหนี้ทุกรายการตามใบแจ้งหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้ อย่างน้อยที่สุดก็ขั้นต่ำตามที่กำหนด
- หากชำระไม่ทันตามเวลา ควรรีบติดต่อกับสถาบันผู้ออกบัตรทันที และควรดำเนินการเป็นลายลักษณ์อักษร.
เฮ! รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน พึงระวังลวงลบประวัติมืด
นายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต ได้กล่าวไว้ว่า ระยะเวลา 8 ปี ถือว่านานพอสมควรที่จะได้รับโอกาสใหม่อีกครั้ง และ ธปท. อยากให้ลูกหนี้ที่ได้รับการลบประวัติการค้างชำระหนี้ไปแล้ว ครองตนเป็นผู้ที่มีวินัยทางการเงินมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาได้ตกเป็นผู้มีประวัติทางการเงินไม่ดี จึงทำให้เกิดความยากลำบากในการเข้าถึงแหล่งเงินในระบบ
นายสุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร ได้เตือนให้ประชาชนได้ตระหนักว่า “เครดิตบูโรไม่สามารถเปลี่ยนแปลง ลบทิ้งให้ต่างไปจากความเป็นจริงได้ และไม่มีใครปลดล็อกอะไรกันได้ตามที่มีการโฆษณาหลอกลวง จึงอยากให้ระมัดระวัง และอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด หากเพราะการทำธุรกรรมทางการเงินหรือการขอสินเชื่อนั้น ควรติดต่อสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตโดยตรงจะปลอดภัยที่สุด”
คนที่ได้รับการหยิบยื่นโอกาส อาจเป็นผู้ที่โชคดี แต่คนที่สร้างโอกาสให้ตัวเองได้คือคนเก่ง...หากเพราะสิ่งที่ยากกว่าการได้รับโชคชะตา คือการรักษาโอกาสอันมีค่าไว้ให้ดีที่สุด


ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก  http://www.thairath.co.th/

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2558

w Mortors lykan hypersport car in Fast & Furious7 รถใน Fast & Furious7



Lykan Hyperคือการผลิตรถสปอร์ต(Supercar)โดย W Mortors  ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 มันเป็น supercar คันแรกที่จะผลิตในตะวันออกกลางและ1ในรถที่เข้าฉากสำคัญใน ภาพยนตร์.Fast and Furious 7   W mortor  วางแผนที่จะ ผลิตเพียงเจ็ดคัน. ก่อนการผลิตครั้งแรก Lykan Hyper เปิดตัวที่ดูไบอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ในพฤศจิกายน 2013

1 ในรถที่แพงที่สุดในโลก

ที่US $ 3.4 ล้าน, Lykan Hyper(ทั้งหมด 7คันที่ผลิต ขายไปแล้ว 3) 
สาเหตุของแท็กราคาที่สูงของรถเกิดจากการรวมตัวเลือกของ มันเป็นรถคันแรกที่จะมีเพชรในไฟหน้าของมัน ไฟหน้าถูกสร้างขึ้นจากไทเทเนียม LED ใบด้วยเพชร 420 (15cts)ผู้ซื้อสามารถเลือกที่ทับทิมและเพชรที่พวกเขาต้องการที่ฝังอยู่ในไฟ นอกจากนี้ลูกค้าสามารถเลือกระหว่างตัวเลือกทับทิม, เพชร, เพชรสีเหลืองหรือไพลินจะถูกรวมเข้าไปในรถที่ซื้อ

Lykan Hyper ใช้พลังงานจากเทอร์โบคู่ flat-six  3.7 ลิตร (3,746 ซีซี) จากเครื่องยนต์Ruf CTR3 การผลิต 552 กิโลวัตต์ (740 แรงม้า; 751 PS) และ 960 n ·เมตร (708 ปอนด์·ฟุต) ของแรงบิด ข้อมูลรถอ้างว่ามีความเร็วสูงสุดที่ 385 กิโลเมตร / ชั่วโมง (239 ไมล์ต่อชั่วโมง) และเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร / ชั่วโมง (0-62 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 2.8 วินาที


ฉากใน Fast & Furious 7 รถไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ ที่เป็นที่หมายปองของใครหลายคนคันนี้ เป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดในโลก และมีการผลิตออกมาเพียงเจ็ดคันเท่านั้นในปี 2013 ไม่เพียงแต่มันจะเร็วสุดยอดเท่านั้น แต่มันยังถูกตกแต่งอย่างหรูหรา มีระดับ ด้วยทองคำขาว เพชรและแซฟไฟร์ ไฮเปอร์สปอร์ต ที่มีมูลค่าสูงจนต้องถูกเก็บไว้ในห้องนิรภัย 

คอลโซล ภายในดูล้ำมากๆๆทุกๆรายละเอียด 

แม้แต่เบาะ



ส่วนเทคโนโลยี ไม่ต้องบรรยายครัซ ล้ำสุดๆ











ท่านใดสนใจข้อมูล เพิ่มเติม สามารถ เยี่ยมชม ได้ที่  http://www.wmotors.ae/


Lykan HyperSport
Over
ManufacturerW Motors
Production2012-2014
Model years2013-2014
Body and chassis
ClassSupercar
Body style2-door coupé
LayoutRear mid-engine, rear-wheel-drive layout
Powertrain
Engine3.7L flat-six
Transmission6-speed sequential or 7-speed dual clutch automatic
Dimensions
Wheelbase2,625 mm (103.3 in)
Length4,480 mm (176.4 in)
Width1,944 mm (76.5 in)
Height1,170 mm (46.1 in)
Kerb weight1,380 kg (3,042 lb)
The Lykan Hypersport is a limited production sports car by W Motors, a Lebanese based company founded in 2012. It is the first supercar to be produced in the Middle East

วันเสาร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2558

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักกล้าม




                                                                    ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของนักกล้าม
        ร๊อบ ฟอร์ทเน่ เป็นนักเดินทาง และยังชื่นชอบกีฬาเพาะกาย เป็นชีวิตจิตใจด้วย เขาได้เข้ามาร่วมงานกับเรา (สำนักพิมพ์ Musclemag) ในตำแหน่ง ผู้ช่วยบรรณาธิการ ได้ 5 เดือนแล้ว ตั้งแต่แรกที่เราได้คุยกับเขา ตอนสัมภาษณ์เข้าทำงาน เราก็รู้แล้วว่า มีอยู่สองสิ่งที่เขารักมากที่สุด อย่างที่ 1 คือ ได้เพาะกายแบบเข้มช้น (Hardcore) จนกว่าจะค้นพบ ศักยภาพของตนเอง และ 2 ขอให้ได้มีโอกาส สัมผัสกับบรรยากาศของเมืองเวนิส (Venice) ที่แคลิฟอร์เนีย ดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ของนักเพาะกาย ได้จริงๆสักครั้ง คุณคงจะนึกภาพออกนะครับว่า ร๊อบจะทำสีหน้ายังไง เมื่อรู้ว่าผม (บรรณาธิการ) บอกให้รู้ว่า เขาจะต้องเดินทางไป Muscle Beach เพื่อทำสกู๊ปเกี่ยวกับยิมต่างๆที่นั่น และต่อไปนี้ คืองานที่เขาส่งมาให้เราถ่ายทอดให้คุณครับ - บรรณาธิการนิตยสาร MuscleMag



           เมืองเวนิส แคลิฟอร์เนีย เปรียบได้กับ "เมกกะแห่งโลกนักกล้าม" หากมีโอกาสแล้ว นักเพาะกายทุกคน จะต้องมาจาริกแสวงบุญที่นี่ ที่ๆคุณ จะได้เจอแชมป์ตัวจริงเสียงจริง จนคุณต้องหยิกตัวเอง ว่ากำลังฝันไปหรือเปล่านะ และที่นี่ยังมี Muscle Beach ชายหาดที่มีชื่อเสียงขึ้นมา พร้อมกับอาโนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ,แฟรง เซน ,เดฟ เดรเปอร์ ให้คุณได้ระลึกถึงยุคทอง ของนักเพาะกายด้วย
ยิมแห่งแรก ที่เป็นต้นตำรับของโกลด์ยิม (Gold's Gym) อยู่ที่ถนนแปซิฟิค แม้ว่าตอนนี้มันไม่ได้เปิดให้บริการแล้ว แต่ตึกดังกล่าวก็ยังตั้งอยู่ที่นั่น เพื่อเป็นอนุสาวรีย์ให้เราได้ดูกัน ผมเดินไปที่หน้าประตู เพื่อที่จะถ่ายรูปมาให้คุณดู (ด้านบน) ทันทีที่ผมยืนอยู่หน้าประตู ผมได้สัมผัสถึงภาพแห่งอดีต ยุคทองของพวกเรา ยุคทองของนักเพาะกาย ยักษ์ใหญ่ออสเตรเลีย (หมายถึง อาโนลด์ ชวาลเซเนกเกอร์) กำลังยกลูกเหล็กอย่างหนักหน่วงที่ยิมแห่งนี้ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว
โจ โกลด์ ผู้ก่อตั้งโกลด์ยิม หลังจากขายลิขสิทธ์ชื่อยิมนี้แล้ว เขาก็ได้เปิดยิมอื่นขึ้นมาอีก นั่นคือ World Gym ที่ดังไม่แพ้กัน ขึ้นแทบทุกมุมตึกในเมืองนี้อีกด้วย ส่วนยิมอื่นๆ ที่เปิดขึ้นทีหลัง แต่มีอนาคตที่สดใส ก็เห็นจะได้แก่ PowerHouse Gym ที่ปรากฏตามถนนสายหลักต่างๆ ในเมืองนี้ด้วย
แม้ว่าบางอย่างเปลี่ยน แต่ก็มีหลายอย่าง ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนไปตามกาลเวลา สายเลือดใหม่ของนักเพาะกาย อันได้แก่ เฟล็ก วีลเลอร์ ,ลี เพรส ,คอเมียร์ ,ดิลเลท และแกรี่ สไตรดอม ยังซุ่มฝึก และสิงสถิตย์อยู่ในเมืองนี้ เพื่อสร้างตำนานนักกล้าม ให้เลื่องลือ สืบต่อจากรุ่นอาโนลด์
ตัวผมเองนั้น (ร๊อบ ฟอร์ทเน่) เป็นนักเพาะกายคนหนึ่ง ที่เกิดและโตใน โตรอนโต แคนาดา ดังนั้น ถ้าพูดถึงเมืองเวนิส ว่าจะได้มาเยี่ยมเยียนแล้วละก็ ช่างเป็นความฝันที่แสนไกลจริงๆนะ ผมได้ยินเรื่องที่นี่มานานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้สัมผัสเลย แต่แล้ว เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสทำงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยบรรณาธิการของนิตยสาร Muscle Mag ทำให้ผมได้มีโอกาสพูดคุย และติดต่อกับเทพบุตรโลกนักกล้าม ได้แก่ เฟล็ก วีลเลอร์ และแชมป์คนอื่นมากมาย นับไม่ถ้วน ไม่มีอะไรจะน่าปลื้มใจไปกว่านี้อีกแล้ว และเริ่มเป็นเรื่องราวขึ้น เมื่อผมได้พบ และพูดคุยกับทอม แพล็ท Tom Platz เราพูดถึงท่าฝึกดีๆ และเคล็ดลับอย่างอื่น จากนั้นเราพูดกันถึงเรื่องที่เขา จะชวนผมไปบริหารที่เวนิส ที่ๆเขาบริหารอยู่ด้วย ผมทำเรื่องเสนอบรรณาธิการ เพื่อที่จะเอางานไปทำที่นั่นด้วย จะได้ไม่เสียเที่ยว ดีกว่าจะต้องลางานไปเที่ยวเฉยๆ รู้หรือเปล่าว่า ไม่ใช่เรื่องที่ขอกันง่ายๆนะ เพราะบรรณาธิการ ให้ผมทำตารางเวลา ให้เขาดูก่อนว่า จะไปถึงวันไหน วันไหนทำอะไรบ้าง นั่นเพราะเขาต้องการให้ผม ทำงานโดยใช้ทรัพยากร และเวลาให้คุ้มค่าที่สุด และแล้วในที่สุด งานของผมก็ได้รับอนุมัติให้ดำเนินการได้
                ตอนเช้าวันเสาร์ ผมมาถึงเวนิชตะวันออก และทันทีที่ถึง ผมรีบเปลี่ยนใส่กางเกง ที่เดินสบายๆที่สุด คว้าเครื่องอัดเสียงขนาดเล็ก ตลับเทปพร้อม ถามว่าจะไปที่ไหนน่ะเหรอ? ก็ที่ยิมน่ะสิ จะมีที่ไหนน่าไปมากกว่านี้ล่ะ และด้วยความที่มันเป็นเมืองใหญ่ และผมก็อยากสนุกที่จะเดินทางยิมด้วยตัวเอง ทำให้ต้องหลงทางไปหลายชั่วโมงเลยทีเดียว ในที่สุดก็ยอมแพ้ จำยอมต้องขอความช่วยเหลือ จากคนที่เดินผ่านไปผ่านมา ถึงได้รู้ว่าเดินทางมาคนละทิศเลย เพราะว่าจุดที่ยิมอยู่หนาแน่นมากๆ จะอยู่ทางตอนใต้ของชายฝั่ง
"อย่างที่ผมบอกแล้วไงว่า สำหรับนักกล้ามอย่างเรา ไม่มีที่ไหนน่าเยี่ยมเยียน ไปมากกว่าที่นี่อีกแล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มาเหยียบที่นี่"

           ผมเดินทางอีกไกล ตามทางที่เขาบอกมา จนกระทั่งเดินอ้อมมุมตึก และแล้วใจผมก็รัวเป็นกลอง เมื่อเห็นยิมที่ผมค้นหามานาน ใช่แล้วมันคือ Gold's Gym ผมรีบเดินเข้าทางประตูหน้า และนับเป็นความประทับใจครั้งแรก ยากที่จะลืมเลือน เมื่อผมต้องทึ่งกับขนาดภายในของมัน อะไรมันใหญ่โตได้ขนาดนี้ ข้างในยิมนี้ แบ่งเป็นสี่ห้องใหญ่ ผมเดินสำรวจทุกห้องเลย แต่ก็ยังผิดหวัง ที่ยังไม่ได้เจอแชมป์สักคน

           เมื่อเจอโกล์ดยิมแล้ว ผมหายิมอื่นๆได้ไม่ยาก ผมออกจากโกล์ดยิม มาเข้า World Gym ได้พบกับ Don Ross อดีตนักมวยปล้ำ และนักเพาะกายรุ่นเก๋า กำลังบริหารร่างกายอยู่ เราได้คุยกันสักพัก ผมก็รีบเดินทางต่อ ตอนนี้ผมยอมรับว่า เมื่อยตามเนื้อตัวไปหมด เพราะตั้งแต่เดินทางมา ก็หาแต่ยิม ขึ้นลงรถโดยสารโดยตลอด แทบไม่ได้หยุดเลย ก็เลยเช่ารถรับจ้าง ขับย้อนถนนกลับไป จนได้เจอ Powerhouse Gym และเมื่อเข้าไปดูข้างในแล้ว ก็ต้องขอยกนิ้วให้กับยิมนี้ว่า เจ๋งจริงๆ จากนั้นผมก็ขับรถไปที่พัก ซึ่งก็คือมาริน่า แปซิฟิคโฮเต็ล
หลังจากทานมื้อค่ำที่แปซิฟิค และพักประมาณ 2 ชั่วโมง ผมก็ตีรถกลับไปที่ยิมอีก ไปที่ Powerhouse Gym ก่อนเลย เพราะรู้ว่าแชมป์ทั้งหลาย จะมาบริหารกันช่วงเวลานี้ แล้วก็ได้เจอลี เพรส ยืนอยู่ที่เคาเตอร์ของยิมจริงๆ ผมรีบวิ่งเข้าไปแนะนำตัว ว่าผมมาจากนิตยสารMuscleMag ลีทำตัวเป็นกันเองกับผมดีมาก เราได้สนทนากันสั้นๆ เพราะลีจะต้องเข้าไปบริหารต่อ ส่วนผมก็มีธุระต้องไปจัดการที่ Gold's Gym เพื่อเตรียมสถานที่ถ่ายรูปเหมือนกัน เมื่อแยกกันกับลีแล้ว ผมแวะเติมพลังงานอีกทีที่ภัตตาคาร FireHouse ซึ่งมีเจ้าของร้าน ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง เขาบอกว่าที่ร้านของเขานี้ มีนักเพาะกายระดับแชมป์หลายคน มาใช้บริการบ่อยๆ ผมก็รีบจดข้อมูลไว้ เผื่อว่าวันอื่นผมอาจจะได้ทำสกู๊ป สัมภาษณ์แชมป์ที่ร้านอาหารนี้ก็ได้




ยิ้มให้กล้องพร้อมกับซูเปอร์สตาร์ของโลก ลี เพรส

เช้าวันอาทิตย์ ผมตื่นขึ้นมา และทานอาหารเช้าที่โฮเต็ลที่ผมนอน จริงๆแล้วตามหมายกำหนดการของผมน่ะ ผมจะนัดเจอช่างภาพของบริษัท ที่จะเดินทางตามถึงในเย็นวันนี้ แล้วงานทุกอย่างก็จะเริ่มในวันอังคาร แต่อะไรทำให้ผมต้องวิ่งวุ่นตั้งแต่เมื่อวานน่ะหรือ คำตอบก็คือ ก็เพราะผมอยู่ในเมกกะแห่งนักเพาะกายไงล่ะ เวลาทุกวินาที มีไว้เพื่อให้ตักตวงอย่างแท้จริง แค่คิดว่าจะได้เจอแชมป์ แล้วฝันไปอีกว่า ได้มีโอกาสบริหารไปพร้อมกับพวกเขา ก็ทำให้ผมนอนแทบไม่หลับแล้ว
ผมเดินทางไปบริหารกล้ามหัวไหล่ ที่โกลด์ยิม เพื่อให้ร่างกายได้รับการบริหารตามตารางฝึก อีกทั้งอาจได้เจอใครพิเศษๆบ้าง แล้วก็เป็นอย่างที่คาด เมื่อผมกำลังบริหารท่า Press Behind neck อยู่นั้น ผมเห็นเดวิด และปีเตอร์ พอล พี่น้องฝาแฝดนักเพาะกาย ที่กลายเป็นดาราโด่งดังของฮอลลีวู๊ด เดินเข้ามาในยิม ซึ่งสำหรับคนที่นี่ อาจจะชินตา เพราะเขาบริหารอยู่ทุกวัน แต่สำหรับผมนั้น แม้ว่ายังยกน้ำหนักไม่ครบจำนวนครั้ง ผมก็รีบวางลง แล้วเข้าไปแนะนำตัวกับสองพี่น้องทันที เดวิดเอ่ยปากชวนผม บริหารกล้ามหน้าอกไปพร้อมกับเขาด้วย ซึ่งแม้ว่าจะบริหารกล้ามบ่าทิ้งไว้ แต่มีหรือที่คนอย่างผมจะปฏิเสธ การได้เล่นกล้ามพร้อมกับเดวิด และปีเตอร์ เหมือนฝันที่เป็นจริงเลยทีเดียว

         หลังจากบริหารและขอถ่ายรูปกับเดวิด และปีเตอร์ ผมกลับมาอาบน้ำ ทานอาหารที่โฮเต็ลอีกครั้ง แล้วก็ได้รับโทรศัพท์จากลี เพรส ที่ผมให้เบอร์โทรไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ลีบอกผมว่า เขาจะไปบริหารกล้ามหัวไหล่ ที่ Powerhouse Gym ตอนหกโมงเย็นวันนี้ และถามผมว่าต้องการจะไปร่วมด้วยไหม ผมตอบทันทีว่า "แน่นอน"
เมื่อเวลานั้นมาถึง มันช่างยิ่งใหญ่และหฤโหดจริงๆ ผมบริหารด้วยท่า Dumbbell Press น้ำหนัก 120 ปอนด์ ท่า Barbell Front Press ,Bent Over Dumbbell Lateral ,Rear Delt Machine ,Machine Shrugs โอ้... แทบตาย แต่ความเหนื่อยมันก็หายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อได้คิดว่า สำหรับคนทั่วไป มีโอกาสเพียงหนึ่งในแสนเท่านั้น ที่จะได้ บริหารหน้าอกกับหัวไหล่ พร้อมกับซูเปอร์สตาร์ถึงสามคน ในวันเดียวกัน ผมแทบคลั่งเลยทีเดียวแหละครับ
ผมใช้เวลาวันอาทิตย์ และวันจันทร์ไปกับ การขับมาสด้า 323 ที่เช่ามา ขับกินลมเล่นไปตามถนน แปซิฟิกไฮเวย์ ขึ้นไปซันเซท ผ่านเบเวอรี่ฮิลล์ ฮอลลีวู๊ด และที่อื่นๆ แล้วเจอช่างภาพที่นัดไว้ จากนั้นก็โทรเน้นกับทอม แพลท ถึงเรื่องที่จะบริหารพร้อมกับผมในวันอังคาร แล้วทานอาหารที่ Fire House ก็พบกับ ลี เพรส และผู้ช่วยของเขาสองคนด้วย (นักเพาะกายแบบ hardcore (เข้มข้น) แทบทุกคน จะจ้างผู้ช่วยไว้ประจำตัว เพื่อช่วยในการบริหาร - webmaster)
วันอังคารตอนเช้าผมมาที่ World Gym ตามที่นัดไว้กับทอม แพลท โดยมีผู้ช่วยประจำตัวของทอม สองคนมารอก่อนล่วงหน้าแล้วคือ Francois Rodrigue และ Polo Nana จากนั้นทอมก็มาถึงด้วย รถเบนซ์สีแดง วันนี้ตามตารางฝึกที่ตกลงกันไว้ เราจะบริหารหน้าอกด้วยกัน จึงเริ่มกันที่ INCLINE BENCHPRESS โดยใช้เครื่องสมิทแมชชีน ทอมแนะให้ผมใช้เทคนิคมากมาย ตั้งแต่ Pyramid sets , forced reps ,negative และอื่นๆอีกมากมาย แพลท เขามีวิธีพูด วิธีกระตุ้นให้ผมใช้แรงทั้งหมดออกมา จนผมต้องจดเป็นสถิติส่วนตัวไว้เลย เพราะวันนี้ผมยกน้ำหนัก 144 กก. ได้ 11 ครั้ง และใช้น้ำหนัก 184 กก.ได้ถึง 2 ครั้ง จากนั้นเราก็จบลงด้วยท่า INCLINE FLY
          ช่วงเย็นของวันอังคาร ผมไปเดินหาแชมป์คนอื่น ตามยิม แล้วก็เจอ เฟล็ก วีลเลอร์ พร้อมครูฝึกส่วนตัวคือ ชาร์ล กลาส ผมเข้าไปแนะนำตัว แต่เป็นเพราะ เขากำลังบริหารอย่างเข้มข้น และผมก็ไม่ได้นัดหมายเขาไว้ก่อนด้วย ดูแล้วจะเป็นการรบกวนเขา ผมจึงคุยได้สักพัก ก็ขอตัวกลับมาพักผ่อน วันพุธ ผมไปเที่ยวดูหนัง ทานอาหารกับช่างภาพของบริษัททั้งวัน
         วันพฤหัสช่วงสายๆ ทอมโทรมาชวนผมบริหารกล้ามปีก แต่ผมลุกแทบไม่ขึ้นเลย จึงต้องขอปฏิเสธไป ซึ่งทอมก็ไม่ว่าอะไร ตกเย็นๆผมไปเดินดูตามร้านขายอุปกรณ์ เครื่องออกกำลังกาย และเข้าไปร้าน Max Muscle ที่มี Gred Reid ซึ่งเป็นนักเพาะกายระดับนานาชาติ และเป็นผู้จัดการร้าน ที่มีอัธยาศัยดีมาก ดูแลอยู่ หลังจากได้แนะนำตัว เขาก็อภินันทนาการเสื้อของ Max รุ่นเดียวกับที่ผมกำลังใส่อยู่ มาหนึ่งชุด ผมก็ขอเขาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมาด้วย
          วันศุกร์ เดฟ ฟิชเชอร์ กับซู ไพรซ์ ภรรยาของเขา มาเยี่ยมผมที่เวนิชนี่ด้วย เพราะเดฟเอง ก็เป็นผู้เขียนบทความ และตอบปัญหาในนิตยสารของเราด้วย ก็ต้องซี้กันเป็นธรรมดา เราพากันไปทานอาหาร แล้วก็เดินซื้อของกันตามร้านต่างๆ ในถนนสายหลักของเมือง จนกระทั่งเดฟกับซูไปแล้ว ผมกับตากล้อง จึงพากันกลับมาหาอะไรเย็นๆทานที่ Firehouse และแล้วผมก็ได้เห็นแกรี่ สไตรดอม ตัวจริง ที่ร้านนี้ด้วย โอ้..ผมชื่นชอบเขามานานแล้ว เราได้นั่งคุยกันสักพักหนึ่ง เขาก็สั่งอาหารมาทาน แต่ผมไม่ได้ทานด้วย เพราะพึ่งทานกับเดฟ และซูเมื่อไม่นานนี่เอง และแล้วสิ่งที่ผม และตากล้องเห็นมากับตา และนับว่า เป็นเรื่องที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิต ทั้งๆที่ผมเองก็เป็นนักเพาะกายเหมือนๆกับเขา แต่คุณจะไม่เชื่อสายตาเลยล่ะว่า แกรี่ ทานอาหารมาก มาก แล้วก็มากจริงๆ นี่อาจเป็นเคล็ดลับของเขาละกระมัง ที่ทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งมนุษย์กล้ามเนื้อ ในวงการนี้ได้ยืนนาน 20 กว่าปีแล้ว




เดฟ และซู สองสามีภรรยานักเพาะกาย ลงทุนขับรถยนต์มาถึงที่นี่ เพื่อเยี่ยมผมโดยเฉพาะ

 


ถ่ายกับแกรี่ สไตรดอม หลังทานอาหารด้วยกัน

7 โมงเช้า และผมก็ไม่ต้องการพลาดเป็นครั้งที่สองแล้วด้วย ผมจะต้องเดินทางกลับในวันเสาร์ด้วยเครื่องบิน ก็เลยอยากจะเอาสภาพโทรมๆ หลังการบริหารอย่างหนักเกือบทุกวัน ไปให้ทางบ้านเห็นใจผมบ้างว่า ไม่ได้อยู่สุขสบายที่เวนิชนี่หรอก พรุ่งนี้ศึกหนักที่ผมต้องเจอก็คือ ทอม แพลท "The Ouadfather" (ทอม แพลท มีชื่อเสียงมาจากขนาดต้นขาเขา จึงมีการตั้งสมญานาม เอาคำว่า Quad ซึ่งแปลว่ากล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ไปผสมกับคำว่า Father เลียนแบบหนังเจ้าพ่อเรื่อง The Godfather - webmaster)


ผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับอาการท้องเสียในเช้าวันเสาร์ คงจะมีปัญหาเล็กน้อย กับอาหารที่สั่งมาทานบนห้อง แต่มันไม่ทำให้ผมต้องเปลี่ยนตาราง ที่จะต้องทำวันนี้ลงได้หรอก จากนั้นผมและตากล้อง ก็พากันขับรถไปที่โกลด์ยิม ซึ่งมีทอม แพลท รออยู่ก่อนแล้ว ทอม บอกผมว่า เขาได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่า จึงจะไม่บริหารพร้อมผมในวันนี้ แต่เขาจะไม่ไปไหน จะคอยดูแลตอนผมบริหารเป็นอย่างดี เอื๊อก! ผู้ชายที่ได้ชื่อว่า นิยมความเจ็บปวดเวลาบริหาร เป็นอันดับต้นๆของโลก กำลังจะดูแลการฝึกของผม แล้วผมจะมีชีวิตรอดกลับบ้านหรือเปล่านี่

      เปาโล ,ฟรานคอส (สองผู้ช่วยฝึกของทอม) และผม วอร์มต้นขาด้วยท่า SQUATS โดยใช้น้ำหนักเบาสุดๆ แต่หลังจากนั้น.... ใช่แล้ว อย่างที่คาดไว้เลย ทอมให้ผมใช้น้ำหนัก ไต่จาก 61 กก. (135 ปอนด์) ไป 102 กก. (225 ปอนด์) ไป 143 กก. (315 ปอนด์) ไป 184 กก. (405 ปอนด์) ที่ผมจะต้องบริหารด้วยน้ำหนักทั้งหมด อย่างละ 10 ครั้งต่อหนึ่งเซท และแล้ว เข่าแทบอ่อน เมื่อทอมให้ผมใช้น้ำหนัก 207 กก. (455 ปอนด์) ทำ 10 ครั้ง ซึ่งผมต้องใช้ผ้าพันเข่าช่วยด้วย ไม่งั้นคงจบเห่ หลังจากทำเซทนี้เสร็จแล้ว ทอมให้ผม ลดน้ำหนักกลับไปใช้ 143 กก. (315 ปอนด์) อีกครั้ง ให้ทำไปเรื่อยๆ ไม่ต้องนับจำนวนครั้ง ผมทำไปได้ไม่นาน ก็ต้องหยุด เพราะลูกตาผม มันกำลังจะระเบิดออกมานอกเบ้าอยู่แล้ว
แค่นั้นยังไม่ทำร้ายจิตใจมากพอ เพราะผมรู้สึกอยากตาย ในทันทีที่ทอมพูดขึ้นว่า "เราจะต่อกันด้วยท่า "LEG CURL" ในเซทแรกๆของท่านี้ ผมบริหารโดยใช้ลูกน้ำหนัก ตามที่ผมจะสามารถบริหารได้ แต่เซทหลังๆ ในแต่ละเซทนั้น เมื่อบริหารตอนใกล้จะจบเซท ประมาณครั้งที่ 12 - 13 ทอมจะใช้มือเพิ่มแรงกดให้กับผม ผมไม่เคยเจออะไรที่ทรมานสุดๆ อย่างนี้ในชีวิตการเพาะกายของผมมาก่อนเลย กว่าจะจบแต่ละเซทลงได้ อย่างกับว่านาฬิกามันหยุดเดินอย่างนั้นแหละ ทำไมมันถึงได้ยาวนานนัก เมื่อบริหารหมดทุกท่าแล้ว ผู้ช่วยฝึกทั้งสองคนของทอม ต้องช่วยกันหิ้วปีกผมลงจากเครื่องบริหาร ผมคงจะเดินไม่ได้เป็นอาทิตย์ละมั้งเนี่ย (ขณะที่บทความนี้ของผม ตีพิมพ์ในนิตยสาร ผมสามารถบริหารด้วยท่า SQUATS โดยใช้น้ำหนักถึง 227 กก. (500 ปอนด์) เป็นจำนวน 12 ครั้งเลยทีเดียว ต้องขอขอบคุณย้อนหลังไปถึงทอม ที่ทำให้ผมค้นพบศักยภาพตัวเอง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ผมทำได้แค่ 143 กก. (315 ปอนด์) เท่านั้น)
เมื่อการบริหารทั้งหมดจบลง เราก็พากันมาทานอาหารที่ Firehouse อย่าเรียกว่ากินดีกว่า น่าจะเรียกว่าพายุถล่มร้านคงจะเข้าที เพราะผมทานเยอะมากๆ หลังจากนั้นก็ร่ำลากับทอม และผู้ช่วยฝึกทั้งสองคนคือ ฟรานคอส และเปาโล สำหรับทอม แพลท ผมถือได้ว่า เขาคือหนึ่งในเพื่อนที่ดีที่สุดในชิวิต ที่ผมได้เคยพบพานมา
ตกดึก ผมและตากล้อง นั่งเครื่องบินจากแคลิฟอร์เนีย ไปแวะเยี่ยมครอบครัวผมที่ดัลลัส ผมไปหลับต่อที่โตรอนโต ด้วยการเดินทางด้วยเที่ยวบินนี้ ทำให้ผมได้มีช่วงพักผ่อนที่สุดสบาย หลังจากต้องใช้ร่างกายอย่างหนัก ในการแสวงบุญที่เมกกะนักเพาะกายมาทั้งอาทิตย์ ทุกอย่างที่ผมหวังไว้ ก่อนที่จะไปเมกกะ ผมก็ได้รับมาครบถ้วนบริบูรณ์แล้่ว ไม่มีขาดตกบกพร่องแม้แต่นิด และถ้ามีโอกาส ผมจะกลับไปเยี่ยมที่นั่นอีกครั้ง สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณเพื่อนแสนดีทุกๆคน ที่ผมเจอที่ Gold's Gym ที่ World Gym ที่ Powerhouse Gym และเพื่อนรักของผม ทอม แพลท และก็ไม่ลืม แกรี่ สไตรดอม ที่ให้เสื้อผ้ายี่ห้อคราซีแวร์ ที่เขาเป็นเจ้าของกิจการอยู่ มาให้กับผมไว้ใช้ด้วย 1 ชุด และท้ายสุดคือตากล้อง ที่ช่วยให้งานทุกอย่างสำเร็จลงได้ครับ
mecca5b.jpg