(เก็บมาฝาก อิอิ) หลายคนคงไม่ได้ตื่นเต้น แต่ ผมเชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้ อาจใหม่สำหรับบางคน
วงการพนันมีอะไรหลาย ๆ อย่างที่หลาย ๆ คนยังไม่รู้ถึงความน่ากลัวของมัน ผมเคยพยายามหลายต่อหลายครั้งที่จะหยิบยกเอามาเสนอ ให้คนในสังคมได้ทราบ ได้รู้ ได้เห็น แต่ก็ถูกต่อต้านจากบุคคลหลายกลุ่มว่า หนังสือหรือผลงานของผมเป็นเหมือนดาบสองคม กล่าวหาว่าเป็นหนังสือที่ไม่สร้างสรรค์ ผมเคยคุยกับคนกลุ่มนี้หลายคนแล้วว่า หนังสือไม่สร้างสรรค์ตรงไหนเขาบอกว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับการพนัน ผมก็ตอบว่าใช่ แต่การที่ผมเอาความลับเทคนิคและเล่ห์กลโกงมาเขียนนำเสนอเนี่ยมันผิดตรงไหน คนพวกนั้นบอกว่ามันผิดศีลธรรม ผมก็เลยถามเขาต่อไปว่าผิดศีลธรรมตรงไหน ก็หนังสือที่ผมเขียนไม่ได้มีจุดประสงค์ไปชักชวนให้ใครไปเล่นการพนัน แต่ขณะเดียวกันผมกลับชี้ให้เห็นโทษและเล่ห์เหลี่ยมกลโกงของการพนันว่ามันมีอะไรบ้าง เป็นเรื่องที่ดีไม่ใช่เหรอ ผมกล้าพูดได้เลยว่าคนทั่วโลกส่วนมากมีความผูกพันกับการพนันเสี่ยงโชคในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตีไก่ – ไฮโล – ไพ่ – หวย – มวย – ม้า – ปลากัด หรือแม้กระทั่งหมากัดกัน ก็ยังเอามาเป็นการพนัน เหมือนอย่างบางประเทศ แต่คุณรู้มั้ยว่าการพนันแต่ละประเภทนั้นเขามีเทคนิคและวิธีโกงกันอย่างไร ผมกล้าพูดได้เลยว่า 90 % ของคนทั่วโลกไม่มีใครรู้ 5% รู้บ้างไม่รู้บ้าง ส่วนอีก 5% เป็นพวกเซียนเดินสายจริง ๆ เพราะฉะนั้นการที่ผมนำเรื่องราวเหล่านี้มาเปิดเผย ผมกล้าพูดได้เลยว่า 90% ของคนที่ไม่มีความรู้ มีความต้องการที่จะอยากรู้ถึงลักษณะและเล่ห์เหลี่ยมกลโกงต่าง ๆ ของการพนันแต่ละประเภท เพื่อจะได้เกิดความระมัดระวัง ไม่ต้องถูกหลอกถูกโกงจากพวกเซียนพนันทั่วๆ ไป ผมคงไม่มีอำนาจไปยุยงส่งเสริมให้ใครหันไปเล่นการพนัน ไอ้ครั้นจะไปบอกให้เขาเลิกเล่นการพนัน เดี๋ยวเขาก็จะด่าหาว่าไปเสือกเรื่องส่วนตัวของเขาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คือ ชี้แนะและอธิบายให้เขาเห็นเสียเลยว่า การพนันมันมีโทษอย่างนี้นะ และให้พวกเขาเหล่านั้นตัดสินใจกันเอาเอง แบบนี้ดีกว่าใช่ไหมครับ
108 กลโกงไพ่
การพนันไพ่ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นไพ่ป๊อก 8-9 เก้าเก รัมมี่ ผสมสิบ กบดำกบแดง ถ้าบอกว่าไม่มีการโกงคงไม่มีใครเชื่อแน่นอน แต่การโกงที่ว่านั้นมีอะไรกันบ้างล่ะ มีใครตอบได้ และทำได้บ้างทำให้ดูหน่อยสิ กว่า 17 ปีที่ผมได้มีโอกาสได้รู้ได้เห็น ได้ฝึกฝนจากเซียนบางคน ครูพักลักจำบ้าง เก็บเกี่ยวประสบการณ์มากมายหลายอย่างในวงการ จนปัจจุบันผมมีลูกศิษย์มากมายและก่อนหน้านี้ ผมก็เคยเป็นเซียนเดินสายเล่นเกือบทั่วประเทศ หากินกับพวกนักร้องคาเฟ่หมอนวด เซลส์แมน พ่อค้าแม่ค้า อีกมากมายหลายวงการ ไม่เน้นเข้าบ่อนใหญ่ ทุก ๆ ที่ที่เดินทางไปเล่น ได้มากน้อยต้องได้กลับมาแน่นอน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อผมได้ค้นพบสัจธรรม เมื่อตัวเองกลับมาโดนพรรคพวกที่เดินสายเล่นด้วยกันหักหลังโกงกันเอง จนผมแทบเอาชีวิตไม่รอด จึงทำให้ผมคิดอยากจะเลิกเล่นการพนัน แต่อีกนั่นแหละ ทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค เพราะว่าแต่ก่อน เรามีรายได้จากการเล่นการพนัน แต่ถ้าเราเลิกเล่นการพนันเราจะทำมาหากินอะไร หนังสือก็เรียนไม่จบ ม.3 จะไปสมัครงานที่ไหนได้ เคยไปสมัครงานทำงานโรงงานแถวสมุทรปราการ ทำได้ 10 วันก็ยอมแพ้ เพราะไม่ทำงานหนัก แพ้ฝุ่นละอองด้วย คิดไปคิดมาก็เลยอยู่เฉย ๆ ดีกว่า หาปากกา กระดาษ มาเขียนบันทึกประสบการณ์ต่าง ๆ เอาไว้จนกระทั่งได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้ทดลองทำหนังสือสไตล์เปิดเผยเทคนิคกลโกง ออกมาทดลองขายในตลาด ก็ประสบผลสำเร็จพอสมควร จนกระทั่งได้ไปออกรายการโทรทัศน์ คือรายการตีสิบ ก็ยิ่งได้รับความสนใจและประสบการความสำเร็จตามมาอีกมากมาย เพราะหนังสือของผมมันไม่ใช่หนังสือประเภทดาราภาพยนตร์ – สารคดี – นิยาย แต่หนังสือของผมเป็นหนังสือแหวกแนวต่างจากคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะหนังสือของผมจะนำเสนอแต่เรื่องแฉกลโกง ในวงการพนันโดยที่ไม่มีใครกล้าทำกัน แต่ผมทำผมเขียนเพราะผมไม่กลัวอะไร กลัวไปทำไม เคยมีคนถามผมว่าไม่กลัวว่าพวกเซียนพนันทั่วๆ ไป จะลงขันฆ่าผมบ้างเหรอ ที่เอาเรื่องกลโกงของพวกเขามาเปิดเผย โอ้ย!... ผมอยากจะหัวเราะเป็นภาษาโปรตุเกส ก็มันจะมีใครเอาเงินมาลงขันฆ่าผม ทุกวันนี้ไอ้พวกเซียนเอง มันก็แทบจะไม่มีกินกันอยู่แล้ว เล่นวันหนึ่งหยุดไปสองเดือน ไหนจะค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่ากินสารพัด แล้วมันจะเอาเงินทีไหนมาลงขัน ผมเคยผ่านชีวิตแบบนี้มาแล้วผมรู้ดี เอาเป็นว่าถ้าอยากรู้จักผมมากกว่านี้ เอาไว้ติดตามผลงานชิ้นต่อไปดีกว่า รับรองว่ามันกว่านิยายเสียอีก เพราะนี่คือความจริง
สำหรับกลโกงไพ่ 108 กลโกงที่ผมได้นำมาแสดงนี้เป็นเทคนิคต่าง ๆ ที่มีการนำมาเล่นกันจริง ๆในบ่อนการพนัน ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาส ตลอดจนเจ้าของบ่อนให้การเอื้ออำนวย สำหรับเทคนิคกลโกงก็มีอีกมากมายหลายอย่างด้วยกัน คือ ปลิ้นไพ่ ย่นไพ่ เก็บไพ่ สับไพ่ ซ่อนไพ่ เปลี่ยนไพ่ ไพ่งานต่าง ๆ และมีอีกมากมายหลายอย่าง เพราะเทคนิคต่าง ๆ ที่ได้เกริ่นกล่าวให้ฟังนี้นั้น สามารถนำไปพลิกแพลงสถานการณ์ในการเล่นได้อีกมากมาย เซียนที่เก่ง ๆ และมีความชำนาญนั้น สามารถแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเล่นเป็นเจ้ามือหรือเล่นเป็นลูกค้าก็ตามแต่ เริ่มสนใจแล้วใช่ไหมล่ะ
ปลิ้นไพ่ใบล่าง
เทคนิคการปลิ้นไพ่ใบล่างนี้ ถือว่าเป็นวิธีการโกงที่มีมาแต่ดั้งเดิมเลยทีเดียว แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีคนนำมาเล่นกันอยู่ ที่นำมาเล่นได้ก็เพร่าว่าไม่ค่อยมีใครรู้อย่างแท้จริง บางคนรู้แต่ทำไม่เป็น จะไปพูดไปด่าเขาก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็จะโดนทำร้ายเสียเปล่า ๆ มีทางเดียวก็คือ ต้องเลิกเล่นออกมาก่อน ส่วนพวกเซียนด้วยกันถ้าเขารู้เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไร อย่างดีก็ขอเอี่ยวด้วยกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป ดีเสียอีกไม่ต้องออกแรงอะไรรอแบ่งเปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป ดีเสียอีกไม่ต้องออกแรงอะไรรอแบ่งเปอร์เซ็นต์อย่างเดียว ก็อย่างที่บอกทีแรกนั่นแหละ ถึงคุณจะรู้ว่าโดนโกงแต่คุณทำในสิ่งที่เขาทำไม่ได้ก็ป่วยการเปล่า ๆ เดี๋ยวถ้าพวกเซียนเขาพูดย้อนกลับมาคุณนั่นแหละ ที่จะหน้าแตกเอง
“ผมโกงอะไร อย่ามาพูดอย่างนี้นะ เล่นเสียแล้วพาลนี่หว่า ถ้าหาว่าผมโกงไหนลองทำให้ดูสิ”เพียงเท่านี้คุณก็แย่แล้ว ทางที่ดีที่สุดก็คือ เลิกออกมาซะก่อนแล้วขอเอี่ยวด้วยซะเลย แต่ก็อย่างว่าอีกนั่นแหละ คุณก็ยังไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเซียนพวกนั้นเขาอยู่ดี เพราะว่าเขาสามารถพลิกแพลงสถานการณ์แกล้งเล่นเสียโดยการถ่ายเอาเงินที่ได้มาตอนแรกให้กับหน้าม้าคนอื่นที่กำลังเล่นอยู่ก็เป็นได้ นี่แหละที่เขาเรียกว่าเล่ห์เหลี่ยมเชิงชั้นกลโกงล่ะ
ลักษณะการดูเซียนที่ใช้เทคนิคในการปลิ้นไพ่ใบล่าง
ลักษณะการดูเซียนที่ใช้เทคนิคในการปลิ้นไพ่ใบล่าง ก็คือ
1. การเก็บไพ่
2. การสับไพ่
3. การตัดไพ่ ตีลังกา
4. การจับไพ่
5. การแจกไพ่
6. การปลิ้นไพ่
ทั้งหมดนี้คือ องค์ประกอบการเล่นไพ่โดยรวมของการใช้เทคนิค ในการปลิ้นไพ่ใบล่างคราวนี้เรามาดูกันดีกว่า ว่าเทคนิคที่ว่านั้นเขามีวิธีการทำกันอย่างไร และดูกันอย่างไร
โดยเริ่มจากการเก็บไพ่ ซึ่งเป็นหัวใจหลัก เซียนเขาจะเก็บไพ่ตัวที่ต้องการเอาไว้ข้างล่งสุดก่อน 2 ใบ คือ 3-6 ดอกจิก สมมติว่าเป็นการเล่นการพนักป๊อก 8 – 9 แต่ถ้าเป็นการพนันอื่นก็จะใช้วิธีเดียวกันนี่แหละเพียงแต่ใช้วิธีการคัดเลือกตัวไพ่ที่แตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง
ขั้นตอนต่อมาจะเป็นขั้นตอนของการสับไพ่ วิธีการสับไพ่ก็คือ เขาจะทำการสับไพ่แบบหลอกตา คือสับเฉพาะไพ่ที่ถืออยู่ข้างบน แต่จะไม่สับไพ่ข้างล่างขึ้นไป เพราะฉะนั้นไพ่ที่อยู่ข้างล่างก็ยังคงอยู่ที่เก่าเหมือนเดิมเช่นในรูป
หลังจากทำการสับไพ่เสร็จแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนของการตัดไพ่ หลังจากที่เซียนทำการยื่นไพ่ไปให้ลูกค้าทำการตัดไพ่แล้ว สมมติว่าไพ่ที่ลูกค้าตัดไพ่ประมาณกลาง ๆ กองออกไปแล้ว เซียนที่เล่นเป็นเจ้ามือก็จะทำการหยิบไพ่กองข้างล่างที่มีไพ่ 6 – 3 ดอกจิกอยู่นั้นมาแจกได้ทันที
ก่อนที่จะทำการแจกไพ่ เราต้องมาสังเกตดูอาการของการจับไพ่กันก่อนนะครับว่าเขามีเทคนิคในการจับไพ่กันอย่างไร แบบที่ 1 คือ ปลิ้นใบล่างออกทางด้านบน แบบที่ 2 ปลิ้นใบล่างออกตามแนวด้านข้าง
การดึงไพ่ใบล่างออกมาทางด้านบน
การจับไพ่แบบที่ 2
ลักษณะการจับแบบที่ 1 ปลิ้นไพ่ใบล่างออกทางด้านบน จะมีวิธีการจับแบบใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางนิ้วนาง ประคองด้านข้างเอาไว้ ส่วนนิ้วก้อยจะคอยประคองไพ่ด้านล่างเอาไว้ และนิ้วหัวแม่มือจะประคองอยู่ทางด้านบนมีหน้าที่ในการปล่อยไพ่และล็อกไพ่
ลักษณะการจับแบบที่ 2 ปลิ้นไพ่ใบล่างออกทางด้านข้าง จะมีวิธีการจับคล้าย ๆ กัน ต่างกันที่วิธีการปล่อยไพ่เท่านั้นเอง วิธีการจับจะใช้นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย ทำหน้าที่ประคองด้านข้างเอาไว้ ในขณะที่นิ้วชี้ทำหน้าที่ประคองไพ่ด้านบนเอาไว้
หลังจากที่รู้เทคนิคในการจับไพ่กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดู เทคนิควิธีการแจกไพ่กันบ้าง วิธีการแจกไพ่นั้น ก็ไม่ได้มีพิธีรีตองอะไรมากมาย ก็แจกสบาย ๆ ธรรมดาให้กับพวกลูกค้าแต่ละคนโดยการแจกแต่ไพ่ใบที่อยู่ข้างบนให้กับลูกค้า
แจกไพ่
1. แจกไพ่มาถึงเจ้ามือ ปรากฏว่าเป็นไพ่ที่มีแต้มน้อย เจ้ามือก็จะเตรียมฉ่างไพ่ใบนั้นหงายทิ้งไป
2. หลังจากที่ฉ่างไพ่ใบนั้นหงายทิ้งไปแล้ว เจ้ามือก็จะแจกไพ่ใบต่อมาให้มาอยู่ในตำแหน่งของเจ้ามือแทนไพ่ใบที่ฉ่างหงายทิ้งออกไป
หลังจากแจกไพ่รอบแรกผ่านไป คราวนี้ก็มาถึงแจกไพ่รอบที่ 2 เจ้ามือ(เซียน) ก็จะทำการแจกไพ่ให้กับลูกค้าไปเรื่อย ๆ นั่นแหละ จนกระทั่งใกล้จะมาถึงเจ้ามือ (เซียน) ก็จะอาศัยการดูตำหนิของไพ่งานที่นำลงไปเล่นนั่นแหละ ซึ่งทำให้รู้ว่าไพ่ที่จะมาตกอยู่ในตำแหน่งคือตัวอะไร และเมื่อรวมแต้มกันแล้วได้กี่แต้ม เช่นสมมติว่าไพ่รอบแรกที่แจกมาตกตำแหน่งเจ้ามือคือ 7 ดอกจิก ส่วนไพ่รอบที่ สอง ไพ่ที่จะมาตกในตำแหน่งของเจ้ามือ คือ 8 โพธิ์แดง ซึ่งถ้ารวมแต้มกันแล้วได้แค่ 5 แต้ม ส่วนไพ่อีกใบถัดจาก 8 โพธิ์แดง ก็คือ ไพ่ 10 ดอกจิก ซึ่งเมื่อถ้าหากทำการย่นไพ่ เอาไพ่ 10 ดอกจิกออกมาได้ก็จะทำให้แต้มของเจ้ามือเพิ่มเป็น 7 แต้มทันที เพราะฉะนั้น คราวนี้ผมจึงจะแสดงให้ท่านได้เห็นถึงเทคนิคในการย่นไพ่ ให้คุณ ๆ ได้เห็นกันว่าเซียนเดินสายทั่ว ๆ ไป เขามีวิธีการในการทำกันอย่างไร
สมมติว่าไพ่ที่แจกมาในรอบที่ 2 ไพ่ตัวที่จะมาตกอยู่ในตำแหน่งเจ้ามือก็คือ 8 โพธิ์แดง ส่วนไพ่ใบถัดไปคือ 10 ดอกจิก
สำหรับเทคนิคในการย่นไพ่ ก็คือ เจ้ามือ(เซียน) เห็นแล้วว่าไพ่ที่ตัวเองต้องการก็คือ 10 ดอกจิกซึ่งอยู่ในตำแหน่งใบถัดไปจาก 8 โพธิ์แดง เจ้ามือก็จะใช้เทคนิคการย่นไพ่ดึงไพ่ใบที่ 2 ก็คือ 10ดอกจิก ออกมา ก็คือ โดยการใช้วิธีการย่นไพ่ ก็คือ เจ้ามือ (เซียน) เขาก็จะใช้นิ้วหัวแม่มือทำการดึงไพ่ใบบนสุด (8 โพธิ์แดง) ถอยกลับมาข้างหลังนิดนึง ในขณะเดียวกันก็จะใช้มืออีกข้างหนึ่งดึงไพ่ใบที่ 2 (10 ดอกจิก) ออกมาทันที ซึ่งจังหวะในการดึงไพ่ใบที่สองนี้ จะต้องดึงออกมาด้วยความคล่องแคล่วและว่องไว จึงจะไม่สามารถจับได้ไพ่งานแกะดอกแบบรู้แต้มและสีของไพ่
เทคนิคในการแกะดอกสำหรับใช้ในการเล่นการพนันไพ่รัมมี่ และการพนันไพ่ตีแตกนั้นจะเป็นการแกะดอกทำตำหนิแบบรู้ไพ่ทุกตัวว่าไพ่ใบนั้น คืออะไร และสีดอกของไพ่คือตัวอะไรสำหรับเทคนิคในการแกะดอกนั้น ส่วนใหญ่จะมีการกำหนดแต้มไพ่ ดังนี้ คือ
1. แกะดอกทำตำหนิซ้ายไปขวา
2. แกะดอกทำตำหนิจากบนลงล่าง
จากรูปแสดงให้เห็นลักษณะลวดลายทางด้านหลังของไพ่ที่มีความนิยมนำมาใช้เล่นกันมากที่สุดตามบ่อนต่าง ๆ ในปัจจุบัน
1. ลายที่ 1 ไพ่ตอง 1
2. ลายที่ 2 ไพ่กระดาษ
3. ลายที่ 3 ไพ่ตอง
ก่อนอื่นเรามาดูลักษณะทางด้านหลังของไพ่กันก่อนว่า ไพ่แต่ละยี่ห้อนั้นจะมีลวดลายที่แตกต่างกันไปดังเช่น ลวดลายต่อไปนี้ คือ ไพ่ตอง 1 – ตอง 2 – ตอง 5
หมายเหตุ ลวดลายของไพ่ทั้ง 3 ชุดนี้ จะมีความนิยมนำมาเล่นกันมากที่สุดตามบ่อนต่าง ๆ ไม่ว่าบ่อนเล็กหรือบ่อนใหญ่
การแกะดอกไพ่แบบที่ 1 (ดอกที่อยู่ขอบนอก) ตอง 5 จะทำการแกะดอกทำตำหนิแบบเริ่มจากซ้ายไปขวาไล่ไปทีละดอก คือดอกที่ 1 คือ A ดอกที่ 2 คือ 2 ดอกที่ 3 คือ 3 ดอกที่ 4 คือ 4 ดอกที่ 5 คือ 5 ดอกที่ 6 คือ 6 แกะดอกทำตำหนิไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบทุกตัว การแกะดอกจะเห็นทั้งด้านบนและด้านล่างโดยแกะดอกทำตำหนิแบบทแยงมุม ดังเช่นในรูป
วางไพ่ 1 ใบโชว์หลังไพ่ไล่แต้มศรชี้ดอกไล่แต้ม
ไพ่วาง 1 ใบโชว์หลังไพ่ศรชี้ไล่ดอกสี
สำหรับการแกะดอกทำตำหนิ เพื่อบอกสีดอกของไพ่จะทำการแกะดอกทำตำหนิโดยเริ่มจากดอกที่ 2 ทางซ้ายมือลงมา คือ สีโพธิ์ดำ ดอกที่ 3 คือ สีโพธิ์แดง ดอกที่ 4 สีข้าวหลามตัด ส่วนไพ่สีดอกจิกไม่ต้องทำก็ได้ให้ผู้ที่ทำตำหนิจำเอาไว้ด้วยตัวเอง
การแกะดอก (ตอง 5 )
แกะดอกเสร็จแล้ว
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาว ๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
วางไพ่ 1 ใบ โชว์หลังไพ่ไล่แต้มศรชี้บอกแต้ม
การแกะดอกแบบที่ 2 (ดอกที่อยู่ขอบใน) จะทำการแกะดอกทำตำหนิ โดยเริ่มจากซ้ายไปขวาเช่นเดียวกับการทำตำหนิแบบที่ 1 แต่จะอยู่ในขอบด้านใน การกำหนดแต้มจะเริ่มจากไพ่ดอกแรกทางซ้ายมือ คือ A ดอกที่ 2 คือ 2 ดอกที่ 3 คือ 3 ไล่ไปเรื่อยจนกว่าจะครบทุกตัว สำหรับการแกะดอกทำตำหนิ เพื่อบอกสีดอกของไพ่จะทำการแกะดอกทำตำหนิโดยเริ่มจากดอกที่ 1 ทางซ้ายมือลงมา คือ สีโพธิ์ดำ ดอกที่ 2 คือสีโพธิ์แดง ดอกที่ 3 คือ สีข้าวหลามตัด ส่วนไพ่สีดอกจิกไม่ต้องทำก็ได้ให้ผู้ที่ทำตำหนิเอาไว้ด้วยตัวเอง
1. แกะดอก (ตอง 5)
2. แกะดอกเสร็จแล้ว
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาว ๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
หลังไพ่ศรชี้ดอกและมุมไพ่เพื่อบอกแต้ม
การทำตำหนิแกะดอกไพ่แบบที่ 3 ดอกที่อยู่ขอบนอก โดยจะเริ่มจากดอกแรกทางซ้ายมือเป็นการแกะดอกทำตำหนิบอกแต้ม ดังนี้ คือ หนึ่งดอกจะมี 4 มุม มุมที่ 1 คือ A มุมที่ 2 คือ 2มุมที่ 3 คือ 2 มุมที่ 4 คือ 4 ส่วนไพ่ดอกที่ 2 จะเริ่มทำตำหนิจากมุมล่างก่อนคือ 5 มุมที่ 2 คือ6 มุมที่ 3 คือ 7 มุมที่ 2 คือ 10 มุมที่ 3 คือ J มุมที่ 4 คือ Q ส่วนไพ่ K ไม่ต้องทำ ผู้ที่ทำการแกะดอกทำตำหนิจะรู้ด้วยตัวเอง
หลังไพ่ศรชี้บอกสี
สำหรับการแกะดอกเพื่อบอกสีดอกของไพ่จะทำการแกะดอกทำตำหนิจากไพ่ดอกแรกนับจากทางขวามือสุด ดังนี้ คือ 1 ดอกจะมี 4 มุม มุมแรกล่างสุดจะเป็นสีโพธิ์ดำ มุมที่ 2 คือ สีโพธิ์แดง มุมที่ 3 คือ สีข้าวหลามตัด มุมที่ 4 คือ สีดอกจิก
1. การแกะดอก (ตอง 5)
2. แกะดอกเสร็จแล้ว
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาวๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
หมายเหตุ สำหรับการแกะดอกไพ่แบบรู้แต้มและรู้สีดอกของไพ่ จะมีจุดประสงค์ในการนำมาเล่นไพ่รัมมี่และไพ่ตีแตก เพราะสามารถรู้ไพ่ทุกตัวว่าไพ่ใบนั้น คือตัวอะไร ควรจั่วหรือไม่ควรจั่ว ใครคอยอะไรจะรู้หมด สามารถพลิกแพลงการเล่นได้หลายรูปแบบด้วยกัน
การแกะดอกแบบที่ 4 (ดอกที่อยู่ขอบนอก) (ตอง 2) จะทำการแกะดอกทำตำหนิแบบเริ่มจากซ้ายไปขวาไล่ไปทีละดอก คือ ดอกที่ 1 คือ A ดอกที่ 2 คือ 2 ดอกที่ 3 คือ 3 ดอกที่ 4 คือ 4 ดอกที่ 5 คือ 5 ดอกที่ 6 คือ 6 แกะดอกทำตำหนิไปเรื่อยจนกว่าจะครบทุกตัว การแกะดอกจะแกะทั้งด้านบนและด้านล่างโดยจะแกะดอกทำตำหนิแบบทแยงมุม (ดังเช่นในรูป)
1. วางไพ่ 1 ใบ โชว์หลังไพ่ไล่แต้ม ศรชี้ดอกไล่แต้ม
2. ไพ่วาง 1 ใบ โชว์หลังไพ่ศรชี้ดอกบอกสี
สำหรับการแกะดอกทำตำหนิ เพื่อบอกสีดอกของไพ่จะเริ่มจากดอกที่ 1 ซ้ายมือลงมาคือสีโพธิ์ดำ ดอกที่ 2 คือ โพธิ์แดง ดอกที่ 3 คือ สีข้าวหลามตัด ส่วนไพ่สีดอกจิกไม่ต้องทำตำหนิก็ได้ ให้ผู้ทำตำหนิจำเอาไว้ด้วยตัวเอง
1. แกะดอก (ตอง 2 )
2. แกะดอกเสร็จแล้ว
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิ ภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาว ๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
การแกะดอกแบบที่ 5 (ดอกที่อยู่ขอบใน) จะทำการแกะดอกทำตำหนิโดยเริ่มจากซ้ายไปขวาเช่นเดียวกันกับการทำตำหนิแบบที่ 1 แต่จะอยู่ภายในขอบด้านใน การกำหนดแต้มจะเริ่มจากไพ่ดอกแรกทางซ้ายมือ คือ A ดอกที่ 2 คือ 2 ดอกที่ 3 คือ 3 ไล่ไปเรื่อยจนครบทุกตัว
วางไพ่ 1 ใบ โชว์หลังไพ่ไล่แต้ม ศรชี้บอกแต้ม
สำหรับการแกะดอกทำตำหนิ เพื่อบอกสีดอกของไพ่จะทำการแกะดอกทำตำหนิ โดยเริ่มจากดอกที่ 1 ทางซ้ายมือลงมา คือ สีโพธิ์ดำ ดอกที่ 2 คือ สีโพธิ์แดง ดอกที่ 3 คือ สีข้าวหลามตัดส่วนไพ่สีดอกจิกไม่ต้องทำตำหนิก็ได้ ให้ผู้ทำตำหนิจำเอาไว้ด้วยตัวเอง
วางไพ่ 1 ใบ โชว์หลังไพ่ไล่แต้ม ศรชี้ดอกบอกสี
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาว ๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
1. การแกะดอก (ตอง 2)
2. แกะดอกเสร็จแล้ว
การทำตำหนิแกะดอกไพ่แบบที่ 6 ดอกที่อยู่ขอบนอกโดยเริ่มจากดอกแรกทางซ้ายมือ เป็นการแกะดอกทำตำหนิแบบแต้ม ดังนี้ คือ 1 ดอกจะมี 4 มุม มุมที่ 1 คือ A มุมที่ 2 คือ 2 มุมที่ 3 คือ 3 มุมที่ 4 คือ 4 ส่วนไพ่ดอกที่ 2 จะเริ่มทำตำหนิจากมุมล่างก่อน คือ 5 มุม ที่ 2 คือ 6 มุมที่ 3คือ 7 มุมที่ 4 คือ 8 ส่วนไพ่ดอกที่ 3 มุมล่างสุด คือ 9 มุมที่ 2 คือ 10 มุมที่ 3 คือ J มุมที่ 4 คือQ ส่วนไพ่ K ไม่ต้องทำ ผู้ที่ทำการแกะดอกทำตำหนิจะรู้ด้วยตัวเอง
หลังไพ่ ศรชี้และมุมไพ่เพื่อบอกแต้ม
สำหรับการแกะดอก เพื่อบอกสีดอกของไพ่ จะทำการแกะดอกทำตำหนิจากไพ่ดอกรำนับจากทางขวามือสุด ดังนี้ คือ 1 ดอกจะมี 4 มุม มุมแรกล่างสุด คือ สีโพธิ์ดำ มุมที่ 2 คือ สีโพธิ์แดงมุมที่ 3 คือ สีข้าวหลามตัด มุมที่ 4 คือ สีดอกจิก
หลังไพ่ ศรชี้ดอกบอกสี
การแกะดอก (ตอง 2)
แกะเสร็จแล้ว
วิธีการแกะดอกจะใช้มีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมแกะทำตำหนิภายในดอกของไพ่สะกิดให้พอเป็นรอยขาว ๆ ขึ้นมาก็พอ ดังเช่นในรูป
หมายเหตุ สำหรับการแกะดอกไพ่แบบรู้แต้ม ไม่รู้แต้ม และรู้สีดอกของไพ่ จะมีจุดประสงค์ในการนำไปเล่นไพ่รัมมี่และไพ่ตีแตกเพราะเราสามารถรู้ไพ่ทุกตัวว่าไพ่ใบนั้น คือตัวอะไร ควรจั่วหรือไม่ควรจั่ว ใครคอยอะไรจะรู้หมด สามารถพลิกแพลงการเล่นได้หลายรูปแบบ
ยังเล่นได้อีกหรือพี่ คำถามนี้ผมจะเจออยู่บ่อยมาก สำหรับไพ่งานแกะดอกและไพ่งานอื่น ๆ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมคนถึงถามกันเช่นนั้น คือ ถามเหมือนรู้มาก ฉลาดมาก แต่พอผมเอาไพ่แกะดอกออกมาให้ดูกลับมองไม่รู้ว่าตำหนิอยู่ตรงไหน นี่แหละเขาเรียกว่าพวกอวดรู้ ผมเคยเจอหลายต่อหลายคนที่ชอบพูดดักหน้าเอาไว้ เวลาเข้าไปเล่นตามบ่อนต่าง ๆ ถ้าเล่นโกงกูละก็โดนกระทึบไม่ได้ออกจากบ่อนแน่ ทำเป็นพูดใหญ่โตคนพวกนี้แหละที่จะโดนโกงมากกว่าเพื่อน เพราะประมาทคิดว่าไม่มีใครกล้าโกง พูดเหมือนรู้ว่าการโกงมีอะไรบ้าง แต่จะรู้จริงแค่ไหนเท่านั้นเอง แต่คนพวกนี้หารู้ไม่ว่าพวกเซียนเดินสายนั้นน่ะ เวลาเขาจะเข้าไปเล่นโกงแต่ละที่นั้น เขาจะมีการลองเชิงดูก่อนว่ามีวิธีไหนบ้างที่เขาสามารถโกงได้ เช่น วิธีที่ 1 โกงไม่ได้ก็หันไปใช้วิธีที่ 2 ถ้าโกงไม่ได้ก็หันไปใช้วิธีที่ 3 เป็นต้น และเทคนิคการโกงมีเป็นร้อยวิธี ใครจะไปไล่จับเขาทันล่ะ ขนาดผมเองที่ว่ามีฝีมือขนาดนี้ บางทียังโดนโกงจากเทคนิคเก่า ๆ เช่น ปลิ้นไพ่ใบล่าง หรือพวกตีลังกาสลับไพ่เลย เพราะการที่เราเล่นประมาทหรือคาดไม่ถึงนี่แหละ
มาพูดถึงไพ่งานแกะดอกกันดีกว่า สำหรับไพ่งานแกะดอกนั้น ปัจจุบันยังมีการนำไปใช้เล่นกันอยู่ตามบ่อนต่าง ๆ อยู่ทั่วไป ลักษณะการแกะดอกจะใช้วิธีนำมีดคัตเตอร์ที่มีปลายแหลมคมมาใช้ในการแกะดอกที่บริเวณด้านหลังของไพ่นั้น ๆ ซึ่งมีหลายลวดลายเช่นกัน ส่วนจุดที่ทำตำหนิในการแกะดอกนั้น ผู้ทำจะเป็นผู้กำหนดเองว่าไพ่เบอร์ไหนควรทำตำหนิที่ใดสำหรับการแกะดอกจะมีจุดประสงค์ในการแกะดอก คือ
แกะดอกแบบรู้แต้มและสีดอกของไพ่ ใช้ในการเล่นรัมมี่ ตีแตก
แกะดอกแบบรู้แต้มอย่างเดียว ใช้ในการเล่นป๊อก 8-9 และ เก้าเก
แกะดอกแบบแยกแต้มมากแต้มน้อย ใช้ในการเล่นป๊อก 8-9


(ปัจจุบัน 3/4) ซึ่งรวบรวมแต่เด็กที่มีปัญหา ที่มีปัญหานั้นก็เพราะเหตุการณ์ๆหนึ่งซึ่งทำให้พวกเขานั้นเปลี่ยนไป แถมเด็กเหล่านั้นเป็นเด็กม.ต้น ซึ่งผิดไปจากที่เขาหวังไว้ แล้วโอนิซึกะจะช่วยแก้ปัญหาให้ลูกศิษย์แต่ละคนของเขาได้หรือไม่ สำหรับคนที่ยังไม่เคยอ่านเรื่องนี้ และ คิดจะหามาอ่านจริงๆ นั้น ก็ขอให้ทำใจกับสิ่งที่เรื่องนี้ได้นำเสนอไป คืออ่านแล้วอย่าพยายามมองว่า เรื่องนี้มีแต่มุขตลกที่ค่อนข้างจะเจ็บตัว สองแง่สองง่าม รุนแรง เพราะจริงๆแล้วเรื่องนี้ก็ได้ส่องสะท้อนถึงสังคมปัจจุบันของญี่ปุ่นโดยตรง อ่านๆไปก็คล้ายๆกับสภาพสังคมในบ้านเราโดยเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองใหญ่ๆ ซึ่งมีสิ่งที่คล้ายกันก็คือ ที่เป็นครอบครัวเดี่ยว พ่อแม่ไม่ค่อยจะมีเวลาดูแลลูก จนต้องต้องหาอะไรมายึดเหนี่ยวจิตใจ ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ เพื่อน และเพื่อนนั้นก็มีผลในการดำเนินชีวิตของเรา ถ้าคบเพื่อนที่ไม่ดี อาจทำให้เราต้องมั่วสุมกับยาเสพย์ติด อบายมุขทั้งหลาย หรือบางทีอาจโดนหลอกให้ไปขายตัวหรือถูกกระทำทางเพศ และอีกอย่างสังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีการแข่งขันสูง จนทำให้คนที่แพ้อาจต้องโดนดูถูก อับอาย หรือเลวร้ายที่สุดก็คือฆ่าตัวตาย ซึ่งในสังคมญี่ปุ่นนั้นมีทั้งหมด และในเมื่อหาใครเป็นที่พึ่งไม่ได้ สิ่งสุดท้ายที่มาเป็นที่พึ่งได้ก็คือ
คนที่เข้าใจในตัวเราและยอมรับในตัวเรา ซึ่งในเรื่องนี้ก็บ่งบอกไว้ชัดเจนว่า เป็นโอนิซึกะ ซึ่งสามารถเอาเด็กที่มีปัญหาเหล่านั้นได้อยู่หมัด เอาชนะใจเด็กได้ และเด็กๆก็ยอมรับในเขา ในแง่ลายเส้นนั้น ลายเส้นก็ดูดี ให้รายละเอียดดีมาก วาดผู้หญิงได้Xมากๆ ดูแล้วใช่เด็กม.ต้นจริงหรือเปล่า(ฮา) ส่วนพล็อตนั้นก็ทำได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะการผูกปมของตัวละคร โดยเฉพาะเหล่าลูกศิษย์เจ้าปัญหาของโอนิซึกะให้เห็นถึง ปม ที่มาที่ไป และ มุมมองปัญหาของลูกศิษย์วัยรุ่นของโอนิซึกะได้กว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โยชิโตะ คิคุจิ หนุ่มอัจฉริยะสมองกล มุราอิ คุนิโอะ ที่มีคุณแม่ยังสาว โยชิคาวะ โนบุรุ เด็กหนุ่มที่ขาดความกล้า โนมุระ โทโมโกะ หรือ หนูซื่อบื้อที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง และ ชอบทำอะไรผิดพลาดจนน่ารำคาญ คันซากิ อุรุมิ เด็กสาวอัจฉริยะ แต่
มีปัญหาเกี่ยวกับคุณพ่อตัวจริงที่ให้กำเนิดเขา ไอซาวะ มิยาบิ สาวเย็นชาที่คอยหาเรื่องโอนิซึกะ แต่อีกด้าน เขาก็มีปัญหาด้านครอบครัว และ ครูประจำชั้นคนก่อนที่เป็นสาเหตุให้เพื่อนเธอถูกไล่ออก เป็นต้น และ โอนิซึกะ ก็ใช้วิธีแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนใครมาจัดการกับเหล่านักเรียนเจ้าปัญหาให้พวกเขามีความสุข และใช้ชีวิตที่ถูกต้อง นอกจากโอนิซึกะ จะต้องแก้ปัญหากับเหล่านักเรียนของเขา แต่เขาจะต้องแก้ปัญหาให้กับเหล่าอาจารย์คนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น อ.ฟุยุซึกิ อาซึสะ ที่หน่อมแน้มเกินกว่าจะเป็นครู แถมโดนลูกศิษย์แกล้งบ่อย อ.เทชิงาวาระ ซึงุรุ
อาจารย์คณิตศาสตร์ผู้แอบหลงรักอ.ฟุยุซึกิแบบสุดขั้ว แถมมีความหลังฝังใจกับครอบครัวตัวเอง และ อ.อุจิยามาดะ ฮิโรชิ รองอาจารย์ใหญ่ที่เห็นชื่อเสียง และ เรื่องของตนเองดีกว่าส่วนรวม เป็นต้น ตัวเนื้อเรื่องถือว่าทำได้เยี่ยมตรงที่มีการผูกเรื่องให้ชวนติดตามว่า ความลับของแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร เหตุการณ์ที่ทำให้ห้อง2/4เปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร แล้วโอนิซึกะจะจัดการกับพวกเขาอย่างไร รวมทั้งมุขตลกที่สอดแทรก เหตุการณ์ที่ทำให้ชวนอมยิ้มด้วยทำให้คลายเครียดได้มาก แม้ว่าหลายมุขนั้นอาจไม่เหมาะสมกับผู้อ่านบางกลุ่ม และฉากสะท้อนสังคมก็ทำได้ไม่มีที่ติ แต่ก็มี
จุดผิดพลาดอย่างมหันต์ คือ อ่านมาจนจบ25เล่ม ก็มีอยู่บางจุดที่ผู้แต่งยังไม่ได้เฉลย ปล่อยให้ค้างคา โดยเฉพาะ ปัญหาของ วาคุอิ มายุ แล้วตกลงว่ามายุเขามีปัญหาอะไรกับครอบครัวเหรอ? บอกให้เคลียร์ๆหน่อย และ การ์ตูนเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่มีตัวละครเยอะเหมือนกัน จนทำให้ตัวละครบางตัวที่มีบทเด่นตั้งแต่ช่วงแรกๆนั้น กลับไม่ค่อยมีบทบาทในช่วงหลังๆเลย รวมถึง การกระทำ การแสดงออกของตัวการ์ตูน โดยเฉพาะ การแก้ปัญหาแต่ละอย่างของโอนิซึกะ อาจดูไม่เหมาะสมนักสำหรับคนที่เป็นครู หรือการกระทำบางอย่างที่เกินจริงของตัวละครในเรื่อง เวลาอ่านก็ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยก็จะดีมาก










